!ปริญวัฒน์ ทวีกิจศิรพงษ์ พรรคประชาชน จังหวัดกำแพงเพชร เตรียมหลักฐาน เด็ดโกง สว.มอบ“หมอวาโย”สว.ประเทือง โปรไฟล์ธรรมดา 76 จังหวัดไม่มีใครรู้จัก คะแนน 58 คะแนน อันดับ 3 ประเทศไทย



สำนักงานข่าวหนังสือพิมพ์STNEWSรายงานวันที่ 29 กันยายน 2568 นายปริญวัฒน์ ทวีกิจศิรพงษ์ ผู้ประสงค์ลงสมัคร ส.ส.เขต 1 พรรคประชาชน จังหวัดกำแพงเพชร โพสต์ ตนเองเป็นหนึ่งในคณะผู้ร่วมต่อสู้กับ กลุ่ม สว.ระดับประเทศ จังหวัดกำแพงเพชร ทวงคืนความยุติธรรม ให้ผู้สมัคร สว.46,000 กว่าคน ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ข้าราชการฝ่ายปกครอง ร่วมกับนักการเมืองสีน้ำเงิน โกง เลือกตั้ง สว.เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2567 ณ อิมแพคอารีนาเมืองทองธานี ตนเองเดินทางไปรับผู้ช่วย สว.1,600 รายชื่อ และตนเองนำรายชื่อผู้ช่วย สว.1,600 คน พร้อม สว.ระดับประเทศ 3,000 คน มาเข้าโปรแกรมพิเศษ รู้เหมือนกับ AI (เอไอ) เดี๋ยวเตรียมเดินทางนำหลักฐานเด็ดให้คุณหมอวาโย รองหัวหน้าพรรคประชาชน แหล่งข่าว นายประเทือง มนตรี ส.ว.กลุ่ม 15 ผู้สูงอายุ คนพิการ ทุพพลภาพ ชาติพันธุ์ สว.ประเทือง แต่งตั้ง 1.นายประยุทธ ขาวนุ้ย ผู้ชำนาญการ คนที่ 1 เงินเดือน 15,000 บาท 2.นายณฐวัจน์ ชวาลาภรณ์ ผู้ชำนาญการ คนที่ 2 เงินเดือน 15,000 บาท นายวรท บรรลือศิลป์ ผู้ช่วยดำเนินงาน คนที่ 1.เงินเดือน 15,000 บาท นายอาทิตย์ สุขไสว ผู้ช่วยดำเนินงาน คนที่ 2 เงินเดือน 15,000 บาท นางสาวพัทธนันท์ สมใจ ผู้ช่วยดำเนินงาน คนที่ 3 เงินเดือน 15,000 บาท นายเบญจรงค์ ปันสุวรรณ์ ผู้ช่วยดำเนินงาน คนที่ 4 เงินเดือน 15,000 บาท นายพรชัย ผาสุข ผู้ช่วยดำเนินงาน คนที่ 5 เงินเดือน 15,000 บาท สว.1 คน จะตั้งผู้เชี่ยวชาญ-ผู้ช่วย ได้ 8 คน เงินเดือน 15,000 – 24,000 บาท ทีมงานข่าว ตรวจสอบรายชื่อผู้ช่วย สว.ประเทือง หลายรายชื่ออยู่คนละจังหวัด และมีรูปนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กระทรวงคมนาคม ไปร่วมงานกับผู้ช่วย สว.

“ปริญวัฒน์”กล่าว นายประเทือง มนตรี สอบตก ส.ส.พรรคภูมิใจไทย 2 ครั้ง แต่ลงสมัคร สว. รอบเช้าได้ 28 คะแนน รอบไขว้ช่วงบ่าย ได้ 58 คะแนน อันดับ 3 ของประเทศไทย กลุ่ม 15 นายประเทือง มนตรี ประวัติ ไม่ได้โดดเด่นอะไร 76 จังหวัด เป็นคนเลือก แต่คะแนนสูงผิดสังเกตุ ผิดกับพี่แมว ดร.กุสุมาลวตี ศิริโกมุท อดีต ส.ส.3 สมัย โปรไฟล์ดีมีคนรู้จักทั้งประเทศ แต่สอบตก

ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา วาระเรื่องด่วน 1 คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามมาตรา 162 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ที่มีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานในการประชุม นายแพทย์วาโย อัศวรุ่งเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ร่วมอภิปรายนโยบายรัฐบาล ว่า ตนเองตรวจสอบนโยบายด้านกระบวนการยุติธรรมของรัฐบาล โดยในนโยบายที่ 9 จะรักษาหลักนิติธรรมอย่างเคร่งครัด และจะทำให้พฤติกรรมดังต่อไปนี้ เป็นความผิดอาญาร้ายแรง และผิดวินัยร้ายแรง รวมถึงจะดำเนินการขั้นเด็ดขาด ตนเองสนับสนุนอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในเรื่องการใช้กฎหมาย และเจ้าหน้าที่ของรัฐไปเพื่อประโยชน์ทางการเมือง ซึ่งตนเองยังไม่ได้ฟังคำมั่นสัญญาจากนายกรัฐมนตรี พร้อมย้ำว่าทั้งหมดตั้งอยู่บนสมมุติฐาน ตนเองเชื่อว่าการเลือก สว. ไม่มีการฮั้ว ตนเองเชื่ออย่างนั้น
นายแพทย์วาโย ระบุว่า ในการเลือก สว. ระดับประเทศมีการเลือกกันเองในกลุ่มจาก 154 คนให้เหลือ 40 คน จากนั้น จะเลือกแบบไขว้ 40 คนให้เหลือ 10 คน ซึ่งจะพบว่ามีบางคนที่คะแนนสูง ซึ่งถือว่าเป็นไปได้ เพราะบางคนเป็นคนที่เด่น และดัง แต่คะแนนในทุกกลุ่มเป็นแบบนี้ทั้งหมด คะแนนแยกและห่างกันอย่างชัดเจน
ส่วนปัจจัยที่ทำให้น่าเชื่อถือว่ามีการฮั้ว สว. นั้น จะมี 3 ประเด็น ได้แก่ ปรากฏการณ์เสื้อเหลืองหรือเน็คไทเหลือง มีโพย และมีความผิดปกติของคะแนน
นายแพทย์วาโย กล่าวว่า กลุ่มคนเสื้อเหลืองมารถตู้คันเดียวกัน และนำมาด้วยรถที่มีทะเบียนจังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อมาถึงแล้วนั่งรวมกลุ่มกัน ก็ถือว่าไม่ได้แปลกอะไร ซึ่งที่พูดมาทั้งหมดเป็นเรื่องของความรู้สึก แต่ถ้าเราจะคุยกันเรื่องความรู้สึก ก็ไม่ค่อยเหมาะสม จึงเอาข้อมูลไปทำด้วยอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์






นายแพทย์วาโย ยกตัวอย่าง แผนภาพความสัมพันธ์และความใกล้ชิดของการลงคะแนนในรอบเช้ากับการใส่เสื้อเหลืองของกลุ่มอาชีพที่ 1 จะพบว่าขนาดของวงกลมที่ยิ่งใหญ่ จะได้คะแนนเยอะ เส้นที่เชื่อมต่อกันเป็นเส้นโยงคะแนนที่โหวตให้ ระยะห่างระหว่างวงกลมคือความเหมือนของบัตรลงคะแนนที่มีความใกล้กันมาก
ทำให้นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ได้ลุกขึ้นขอให้ประธานวินิจฉัย โดยระบุว่า ที่พูดอภิปรายอยู่ในขณะนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการแถลงนโยบาย แม้แต่นิดเดียว นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ในการประชุมขณะนั้นได้ขอให้นายแพทย์วาโย อภิปรายมีอยู่ในเรื่องของนโยบาย เพราะเรื่องนี้อยู่ในระหว่างกระบวนการยุติธรรม
นายแพทย์วาโย ระบุว่า ที่ตนเองยกตัวอย่างเพราะอยากให้เห็นถึงกระบวนการ ซึ่งตนเองเป็นประชาชนคนหนึ่งที่พยายามตั้งข้อสังเกต และติดตามเรื่องนี้ว่ามีความผิดปกติอย่างไร ก็ขอฝากผ่านประธานไปถึงรัฐมนตรี และนายกรัฐมนตรี ที่มีการแถลงนโยบายว่าจะไม่เข้าไปแทรกแซงในเรื่องนี้ และหากมีใครเข้าไปแทรกแซง หรือยุ่งเกี่ยว และใช้ผลประโยชน์จากเจ้าหน้าที่ หรือกระบวนการยุติธรรม หรือองค์กรอิสระ จะดำเนินคดีอาญาอย่างเด็ดขาดอย่างที่ ศ. บวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ตั้งข้อสังเกตกับนายกรัฐมนตรีเช่นเดียวกัน
นายแพทย์วาโย อภิปรายต่อว่า ภาพที่ควรจะเป็นคือการกระจายเท่า ๆ กันไม่ได้มีการแยกกันออกไป แต่ในกลุ่มที่กระจุกกัน เป็นคนที่ใส่เสื้อสีเหลืองคิดเป็นกว่า 30% แต่เมื่อดูความสัมพันธ์ของใบลงคะแนน จะอยู่ในคนที่อยู่ในกลุ่มวงกลมที่หนึ่ง และวงกลมที่สอง
ระหว่างนั้น พลตำรวจโทบุญจันทร์ นวลสาย สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะประธานกรรมาธิการกฎหมายและการยุติธรรมวุฒิสภา ได้ลุกขึ้นประท้วงว่า เรื่องทั้งหมดนี้อยู่ในกระบวนการยุติธรรมแล้ว การพูดส่วนหนึ่งเป็นการชี้นำคนที่ไม่ทราบในรายละเอียดและอาจมองว่า สว. ทำอย่างไร คิดว่าเรื่องนี้พอแล้วให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินการดีกว่า
นายวันมูหะมัดนอร์วินิจฉัยว่า เรื่องนี้รายละเอียดเกินไป สมาชิกอาจจะเกี่ยวข้องด้วย เอาประเด็นให้ชัดว่าเรื่องนี้จะให้รัฐบาลทำอย่างไร ถ้าเกี่ยวกับนโยบายของรัฐบาลข้อไหน ก็ให้บอก หากเล่นรายละเอียดแบบนี้ มันเป็นการก้าวก่ายกระบวนการยุติธรรมของศาล

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ลุกขึ้นประท้วงว่า การวินิจฉัยเมื่อสักครู่ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราหยิบยกมาที่อภิปราย เนื่องจากว่าอยู่ในข้อ 9 ตามคำแถลงนโยบาย และเรื่องทั้งหมดนี้อยู่ในชั้นของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งเป็นองค์กรอิสระ ยังไม่ถึงกระบวนการพิจารณาในชั้นศาล ว่าจะพิจารณากันอย่างไร และใกล้ถึงวันตัดสินแล้วหรือไม่ แต่ ณ วันนี้สิ่งเดียวที่เราหยิบยกขึ้นมา เพราะว่านายกรัฐมนตรีได้แถลงไว้ต่อสภาผู้แทนราษฎร ว่าจะปฏิบัติตามกฏหมาย และไม่แทรกแซง และคดีที่สังคมเป็นห่วงก็คือเรื่องนี้ ดังนั้น ไม่ได้มีการพาดพิงสมาชิกวุฒิสภาท่านไหนเลย ทำให้สิ่งเดียวที่พาดพิงคือเนกไทด์เหลือง ถ้าใครจะร้อนคอก็สุดแท้แต่
นายวันมูหะมัดนอร์ ระบุว่า รายละเอียดมากไป ตนเองนั่งตรงนี้ยังไม่รู้เรื่องเลย ดังนั้น เอาแค่ส่วนเนื้อก็พอ ส่วนวิธีการค่อยไปอธิบายที่ กกต. หรือที่ศาล และประเด็นนี้เดี๋ยวให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม หรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องมาตอบรายละเอียดเพิ่มเติม

นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรคประชาชน ประท้วงว่า คำวินิจฉัยของประธานอยู่บนข้อเท็จจริงที่คลาดเคลื่อน เพราะขั้นตอนไม่ได้อยู่ในศาล ดังนั้น คำวินิจฉัยจึงไม่อยู่บนข้อเท็จจริง เพราะอยู่ในชั้นดีเอสไอ และ กกต. เท่านั้น ซึ่งเรื่องนี้จึงอยู่ที่รายละเอียดเยอะ จึงจำเป็นต้องมีการอภิปรายให้เข้าใจในรายละเอียด มิเช่นนั้น รัฐมนตรีจะชี้แจงได้อย่างไร ถ้าไม่เข้าใจในรายละเอียด
เช่นเดียวกับนางสาวนันทนา นันทาวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา ได้ประท้วง ให้ประธานรัฐสภาควบคุมการประชุมอย่างเป็นกลางและมีประสิทธิภาพ ขอให้ผู้อภิปรายได้อภิปรายอย่างชัดเจนเพราะเป็นประโยชน์กับประชาชน
นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า ในฐานะที่ตนเองเป็นประธานในที่ประชุมตนเองไม่เข้าข้างใคร และให้ประชาชนด้านนอก เป็นผู้ตัดสิน ใครพูดอย่างไร และประธานทำหน้าที่ไม่ดีอย่างไร ตนเองพร้อมที่จะรับข้อเท็จจริงนั้น ตนเองไม่อยากให้มีการประท้วงกลับไปกลับมา และไม่อยากทำอะไรที่ไม่เป็นธรรมกับใคร
ต่อมา นายปกรณ์วุฒิลุกขึ้นประท้วงประธานในการบังคับการประชุมตามข้อบังคับ ข้อ 5 ทำให้นายวันมูหะมัดนอร์ชี้นิ้วไปที่นายปกรณ์วุฒิ ย้อนถามว่า “ข้อ 5 เรื่องอะไร” จนนายปกรณ์วุฒิต้องขอให้ใจเย็นๆ และฟังก่อน
นายปกรณ์วุฒิถามว่า หากประธานใช้ตรรกะแบบนี้ ถ้านายกรัฐมนตรีลุกขึ้นชี้แจง ตนจะให้สมาชิกพรรคประชาชนลุกประท้วงสัก 10 คน ท่านจะให้นายกรัฐมนตรีนั่งหรือไม่ ท่านเป็นประธาน ท่านต้องยืนยันว่า เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับการแถลงนโยบายหรือไม่ นายวันมูหะมัดนอร์ตอบว่า ตนปล่อยให้ นายแพทย์วาโย พูดเป็นครึ่งชั่วโมงแล้ว เพราะนำเรื่องวิธีการฮั้วต่างๆ ซึ่งจะกระทบกับการไต่สวน ซึ่งตนเองจะไม่ยอมในเรื่องแบบนี้ พร้อมย้ำว่าเข้าใจสมาชิก และเคารพทุกคน
ข่าว-สมหมาย ศรีสมุทร นสพ.STNEWS ขอบคุณภาพ-today























