! ชินพัตน์ หู้เต็ม สมาชิกพรรคประชาชน หดหู่หัวใจ วันต่อต้านคอรัปชั่นสากล ทุกหน่วยงาน องค์กร รณรงค์ป้องกันการทุจริตคอรัปชั่น นักการเมืองมีคดีคอรัปชั่นติดตัว ข้าราชการ หน่วยงานที่ร่วมรณรงค์ ไปถือป้ายหาเสียงเชียร์

สำนักงานข่าวหนังสือพิมพ์STNEWSรายงานวันที่ 9 ธันวาคม 2567 นายชินพัตน์ หู้เต็ม หรือปราย สมาชิกพรรคประชาชน นักธุรกิจหนุ่มไฟแรง เจ้าของตลาดสดทุ่งสนุ่น 2004 คนรุ่นใหม่วิสัยทัศน์ดี ดึงLOTUS SEVEN 7 – 11 และMR.DIY สร้างความเจริญให้ตลาดทุ่งสนุ่น กล่าวถึงวันต่อต้านคอรัปชั่นสากล ประเทศไทยลงนามในอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการทุจริต ค.ศ.2003 ผ่านเวลามา 21 ปี ประเทศไทยอยู่อันดับ 101 ของโลก “ทุจริตคอรัปชั่น อันดับ 4 อาเซียน ” องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อันดับ 1 ทุจริตคอรัปชั่น “ชินพัตน์” เสนอวิธีแก้ไขปัญหา คอรัปชั่น ให้ประชานเลือกพรรคประชาชน (สีส้ม ) ตรวจสอบ นายก อบต.นายกเทศมนตรี และ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ส่วนสาเหตุทำไมต้องเลือก สมาชิกสถาท้องถิ่น (สีส้ม ) เพราะนักการเมืองรุ่นใหม่พรรคประชาชน ที่เสนอตัวเป็นฝ่ายตรวจสอบ 1.คนรุ่นใหม่ 2.มีความกล้า 3.มีความรู้ความสามารถ กลุ่มคนรุ่นใหม่จะรักษาผลประโยชน์สูงสุดการใช้จ่ายงบประมาณ ก่อสร้างสาธารณูปโภค 30 ปี ประเทศไทย ฝ่ายค้านในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อบต.เทศบาล อบจ. ถูกฝ่ายบริหารดูดและให้ผลประโยชน์ ถึงเวลาแล้ว พรรคประชาชน (สีส้ม ) ทั่วประเทศ นายก อบจ. 76 จังหวัด อาจไม่มีนายก อบจ.เลยแม้แต่จังหวัดเดียว สาเหตุคือ

นายก อบจ.ลงในนามพรรคประชาชน ไม่มีเงินซื้อเสียง 300 – 1,000 ล้านบาท และทุกพรรคการเมืองจับมือกันสกัดกั้น ทั่วประเทศ เพื่อไม่ให้พรรคประชาชน ชนะเลือกตั้ง นายก อบจ. “ชินพัตน์” อ้อนคนไทยทั้งประเทศ เลือก ส.อบจ. เพื่อเข้าไปตรวจสอบการใช้งบประมาณ ของนายก อบจ.ทั่วประเทศ“ วันต่อต้านคอรัปชั่นสากล ” ขอโอกาส คนรุ่นใหม่ความรู้ดี กล้าจะเปลี่ยนแปลงท้องถิ่บ้านเกิด พ่อแม่พี่น้องพร้อมให้โอกาสคนรุ่นใหม่หรือยัง
สถิติแหล่งที่มาของคำกล่าวหา ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566
(1 ตุลาคม 2565 – -30 เมษายน 2566)”จากสถิติคำกล่าวหาร้องเรียนที่เข้ามาสู่สำนักงาน ป.ป.ช. ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 (ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2565 – 30 เมษายน 2566) จำนวนทั้งสิ้น 4,894 เรื่อง พิจารณาจากแหล่งที่มาของคำกล่าวหา พบว่า คำกล่าวหาส่วนใหญ่เป็นคำกล่าวหาที่ร้องเรียนมายังสำนักงาน ป.ป.ช. โดยตรง จำนวน 3,438 เรื่อง (ร้อยละ 70.25) รองลงมาเป็นคำกล่าวหาจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จำนวน 646 เรื่อง (ร้อยละ 13.20) และสำนักงาน ป.ป.ท. จำนวน 523 เรื่อง (ร้อยละ 10.69) ตามลำดับ
“สถิติประเภทคำกล่าวหา ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 (1 ตุลาคม 2565 – 30 เมษายน 2566)”
สถิติคำกล่าวหาร้องเรียนที่เข้ามาสู่สำนักงาน ป.ป.ช. ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 (ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2565
– 30 เมษายน 2566) จำนวน 4,894 เรื่อง ส่วนใหญ่เป็นคำกล่าวหาที่มาจากหนังสือร้องเรียน จำนวน 2,467 เรื่อง (ร้อยละ 50.41) รองลงมาเป็นหนังสือราชการ จำนวน 1,092 เรื่อง (ร้อยละ 22.31) บัตรสนเท่ห์ จำนวน 1,005 เรื่อง (ร้อยละ 20.54) แจ้งเบาะแส จำนวน 99 เรื่อง (ร้อยละ 2.02) เว็บไซต์ จำนวน 98 เรื่อง (ร้อยละ 2.00) ร้องเรียนด้วยวาจา จำนวน 59 เรื่อง (ร้อยละ 1.21) เหตุอันควรสงสัยของคณะกรรมการ ป.ป.ช. จำนวน 48 เรื่อง (ร้อยละ 0.98) ไม่ปรากฏชื่อและตำแหน่งผู้ถูกร้อง จำนวน 26 เรื่อง (ร้อยละ 0.53) ตามลำดับ
“สถิติประเภทเรื่องกล่าวหา จำแนกตามลักษณะความผิด ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566”
เมื่อพิจารณาประเภทของคำกล่าวหาในปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 (ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2565 – 30 เมษายน 2566) พบว่า คำกล่าวหาในลักษณะความผิด เรื่องปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต เช่น ละเลย เพิกเฉย ต่อการปฏิบัติตามหน้าที่ กระทำการเกินอำนาจหน้าที่โดยทุจริต และอนุมัติ/ไม่อนุมัติใบอนุญาตโดยมิชอบ เป็นต้น จำนวน 3,271 เรื่อง (ร้อยละ 66.84) รองลงมาเป็นเรื่องจัดซื้อจัดจ้าง จำนวน 682 เรื่อง (ร้อยละ 13.94) และเรื่องการใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต จำนวน 419 เรื่อง (ร้อยละ 8.56) ตามลำดับ ส่วนลักษณะความผิดที่พบน้อยที่สุด คือ จงใจไม่ยื่นทรัพย์สินและหนี้สิน/จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินหรือหนี้สินอันเป็นเท็จ จำนวน 1 เรื่อง (ร้อยละ 0.02)
“สถิติประเภทเรื่องกล่าวหา จำแนกตามลักษณะความผิด ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566”
เมื่อพิจารณาประเภทของคำกล่าวหาในปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 (ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2565 – 30 เมษายน 2566) พบว่า คำกล่าวหาในลักษณะความผิด เรื่องปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต เช่น ละเลย เพิกเฉย ต่อการปฏิบัติตามหน้าที่ กระทำการเกินอำนาจหน้าที่โดยทุจริต และอนุมัติ/ไม่อนุมัติใบอนุญาตโดยมิชอบ เป็นต้น จำนวน 3,271 เรื่อง (ร้อยละ 66.84) รองลงมาเป็นเรื่องจัดซื้อจัดจ้าง จำนวน 682 เรื่อง (ร้อยละ 13.94) และเรื่องการใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต จำนวน 419 เรื่อง (ร้อยละ 8.56) ตามลำดับ ส่วนลักษณะความผิดที่พบน้อยที่สุด คือ จงใจไม่ยื่นทรัพย์สินและหนี้สิน/จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินหรือหนี้สินอันเป็นเท็จ จำนวน 1 เรื่อง (ร้อยละ 0.02)
จำนวนคำกล่าวหา จำแนกตามหน่วยงานที่ถูกร้อง ดังนี้
จากจำนวนของคำกล่าวหา 4,894 เรื่อง พบว่า หน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นหน่วยงาน
ที่ผู้ถูกร้องสังกัดมากที่สุด จำนวน 1,517 เรื่อง (ร้อยละ 31.00) รองลงมาเป็น กระทรวงมหาดไทย จำนวน 475 เรื่อง
(ร้อยละ 9.70) และเป็นส่วนราชการอื่น ๆ จำนวน 2,902 เรื่อง (ร้อยละ 59.30) เมื่อพิจารณาคำกล่าวหาของหน่วยงาน
ที่มีคำกล่าวหามากที่สุด 3 ลำดับแรก สามารถสรุปได้ ดังนี้
- องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีคำกล่าวหา จำนวน 1,517 เรื่อง (ร้อยละ 31.00) ซึ่งส่วนใหญ่
เป็นคำกล่าวหาในประเภทปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต เช่น ละเลย เพิกเฉยต่อ
การปฏิบัติหน้าที่ กระทำการเกินอำนาจหน้าที่โดยทุจริต และอนุมัติ/ไม่อนุมัติใบอนุญาตโดยมิชอบ เป็นต้น จำนวน
933 เรื่อง (ร้อยละ 61.50) รองลงมาประเภทจัดซื้อจัดจ้าง จำนวน 330 เรื่อง (ร้อยละ 21.75) และประเภทใช้อำนาจ
ในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต จำนวน 148 เรื่อง (ร้อยละ 9.76) ตามลำดับ- กระทรวงมหาดไทย มีคำกล่าวหา จำนวน 475 เรื่อง (ร้อยละ 9.71) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคำกล่าวหา
ในประเภทปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต เช่น ละเลย เพิกเฉยต่อการปฏิบัติหน้าที่ กระทำการเกินอำนาจหน้าที่โดยทุจริต และอนุมัติ/ไม่อนุมัติใบอนุญาตโดยมิชอบ เป็นต้น จำนวน 361 เรื่อง (ร้อยละ 76.00) รองลงมาประเภทใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต จำนวน 46 เรื่อง (ร้อยละ 9.68) และประเภทจัดซื้อจัดจ้าง และเรียกรับสินบนให้/ขอให้ หรือรับว่าจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ จำนวน 22 เรื่อง (ร้อยละ 4.63) ตามลำดับ- ส่วนราชการอื่นๆ มีคำกล่าวหา จำนวน 2,902 เรื่อง (ร้อยละ 59.30) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคำกล่าวหา
ในประเภทปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต เช่น ละเลย เพิกเฉยต่อการปฏิบัติหน้าที่ กระทำการเกินอำนาจหน้าที่โดยทุจริต และอนุมัติ/ไม่อนุมัติใบอนุญาตโดยมิชอบ เป็นต้น จำนวน 1,977 เรื่อง (ร้อยละ 68.13) รองลงมาประเภทจัดซื้อจัดจ้าง จำนวน 330 เรื่อง (ร้อยละ 11.37) และประเภทใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต จำนวน 225 เรื่อง (ร้อยละ 7.75) ตามลำดับ
“ประเภทคำกล่าวหา (จำแนกตามปีงบประมาณที่เกิดเหตุ) ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 (1 ตุลาคม 2565 – 30 เมษายน 2566)”
เมื่อพิจารณาคำกล่าวหาจากในทุกช่องทางการร้องเรียนกล่าวหาตามปีงบประมาณที่เกิดเหตุแล้ว จะเห็นได้ว่าคำกล่าวหาส่วนใหญ่เกิดเหตุในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 และปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 รวมจำนวน 3,083 เรื่อง คิดเป็นร้อยละ 63.00 ของจำนวนคำกล่าวหาทั้งหมด
ข่าว-ปิยะนัฐ ประเสริฐนู นสพ.STNEWS













































