Thursday, April 16, 2026
Latest:
ทั่วไป

ปราย ปริญวัฒน์ ทวีกิจศิรพงษ์ พรรคประชาชน จังหวัดกำแพงเพชร โพสต์ 44 สส.คดีประวัติศาสตร์ ศึกกฎหมายระดับชาติ เดิมพันอนาคตผู้แทนประชาชน จุดเปลี่ยน ประเทศไทย

สำนักงานข่าวหนังสือพิมพ์STNEWSรายงานวันที่ 31มีนาคม 2569 นายปริญวัฒน์ ทวีกิจศิรพงษ์ พรรคประชาชน จังหวัดกำแพงเพชร โพสต์ ทันทีหลังทราบข่าว คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)ชุดใหญ่มีมติยื่นศาลฎีกาพิจารณาคดี 44 สส.พรรคก้าวไกลยื่นเสนอแก้ ม.112 📌 ทำไมคดี 44 สส. ถูกมองว่า “ใหญ่กว่าคดีนักการเมืองทั่วไป”นี่ไม่ใช่คดีทุจริต โกงชาติ บ้านเมือง
ไม่ใช่คดีซื้อเสียงไม่ใช่คดีผลประโยชน์แต่เป็นคดีเกี่ยวกับ การใช้หน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ คือการ “เสนอแก้กฎหมาย”จึงกลายเป็นคำถามระดับโครงสร้างประเทศว่า สส.มีสิทธิ์เสนอความเปลี่ยนแปลงได้แค่ไหน📌 ถ้าศาลตัดสิน “ผิด” จะเกิดอะไรขึ้นนักวิชาการจำนวนมากมองว่าจะเกิดผล 4 อย่างใหญ่ 1️⃣ เกิด “บรรทัดฐานใหม่” ของรัฐสภาถ้าการเสนอแก้กฎหมาย = ผิดจริยธรรมร้ายแรงผลคือ สส.รุ่นต่อไปจะ ไม่กล้าเสนอแก้กฎหมายสำคัญ เรื่องอ่อนไหวจะไม่มีใครแตะรัฐสภากลายเป็นที่ “ผ่านกฎหมาย” ไม่ใช่ “เปลี่ยนกฎหมาย”พูดง่าย ๆ คือ สภาจะปลอดภัย แต่ไม่กล้าเปลี่ยนประเทศ 2️⃣ การเมืองจะเข้าสู่ยุค “ความกลัวทางกฎหมาย” นักการเมืองจะคิดแบบนี้ทันที เสนออะไรเสี่ยงไหม จะโดนยุบพรรคไหม จะโดนตัดสิทธิ์ไหม สุดท้ายจะเหลือคน 2 แบบ คนที่ไม่เสนออะไรเลย คนที่เล่นการเมืองแบบไม่แตะโครงสร้าง 3️⃣ ความขัดแย้งอาจย้ายจากสภา → สู่ถนนนี่คือประเด็นที่นักรัฐศาสตร์พูดกันมากเมื่อคนรู้สึกว่าเลือกตั้งแล้ว แต่แนวคิดที่เลือกถูกตัดออกจากระบบความขัดแย้งจะไม่อยู่ในสภาอีกต่อไปประวัติศาสตร์ไทยเคยเกิดวงจรนี้หลายครั้งความหวัง → ถูกตัดตอน → ความไม่พอใจสะสม 4️⃣ ระบบพรรคการเมืองอาจเปลี่ยนสมดุลถ้านักการเมืองจำนวนมากถูกตัดสิทธิ์จะเกิดคำถามทันทีว่า ใครจะมาแทน การแข่งขันยังแฟร์ไหมผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งยังรู้สึกว่าตัวเองมีเสียงสิทธิ์มีเสียงหรือไมนี่คือเหตุผลที่หลายคนมองว่ามันไม่ใช่เรื่องของพรรคเดียว แต่เป็นเรื่องของ โครงสร้างประชาธิปไตยทั้งระบบ

📌 แต่ถ้าศาลตัดสิน “ไม่ผิด” ล่ะผลก็ใหญ่เหมือนกันจะกลายเป็นว่า ✅ สภามีเสรีภาพในการเสนอแก้กฎหมาย
✅ ความขัดแย้งถูกดึงกลับเข้าสู่ระบบรัฐสภา ✅ การต่อสู้ทางความคิดยังอยู่ในกติกาซึ่งจะช่วยลดแรงปะทะทางการเมืองระยะยาว📌 สิ่งที่คนไทยจำนวนมากกำลังรู้สึก (ไม่ว่าฝั่งไหน)จริง ๆ แล้วความรู้สึกของสังคมทั้งสองฝั่งต่าง “กลัวอนาคตประเทศ” คนละแบบฝั่งหนึ่งกลัวประเทศเปลี่ยนเร็วเกินไปอีกฝั่งกลัวประเทศเปลี่ยนไม่ได้เลยและประเทศไทยกำลังยืนอยู่ตรงกลางของความกลัวสองแบบนี้📌 คำถามที่ใหญ่ที่สุดสุดท้ายแล้ว ประเด็นมันไม่ใช่แค่ใครถูก หรือ ใครผิดแต่คือประเทศไทยจะจัดการความเห็นต่างทางการเมืองด้วย “การถกเถียง” หรือ “การตัดออกจากระบบ”นี่แหละครับคือเหตุผลที่คดี 44 สส. ถูกมองว่าเป็น จุดหัวเลี้ยวหัวต่อของการเมืองไทยยุคใหม่👉 ทำไมคนรุ่นใหม่จำนวนมากรู้สึกว่า “อนาคตถูกบล็อก”👉 และทำไมผู้มีอำนาจกลุอนุรักษ์นิยมถึงมองว่าจำเป็นต้องหยุดแนวคิดนี้ไว้ก่อนสองมุมนี้สำคัญมากในการเข้าใจว่าประเทศเรากำลังเดินไปทางไหน.นายปริญวัฒน์ ทวีกิจศิรพงษ์ เลือดใหม่พรรคประชาชน จังหวัดกำแพงเพชร กล่าวแนวทางการต่อสู้ทางกฏหมายไวหลายประเด็น

คำถามคือ — ศาลมีช่องอะไรบ้างที่จะ “ยกคำร้อง” หรือไม่ลงโทษ 44 สส.

ในทางกฎหมายจริง ๆ ยังมีหลายประเด็นสำคัญมาก

⚖️ ช่องทางทางกฎหมายที่ศาลอาจ “ยกคำร้อง”

1️⃣ การเสนอแก้กฎหมาย = หน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ

นี่คือ แนวต่อสู้หลักที่สุด

รัฐธรรมนูญกำหนดชัดว่า

👉 ส.ส. มีหน้าที่ เสนอร่างกฎหมาย

ดังนั้นฝ่ายผู้ถูกร้องสามารถโต้แย้งว่า
• เป็นการใช้อำนาจนิติบัญญัติตามหน้าที่
• ไม่ใช่การกระทำส่วนตัว
• ไม่ใช่การทุจริต
• ไม่ใช่การแสวงหาประโยชน์

ศาลอาจเห็นว่า

การใช้สิทธิทางนิติบัญญัติ ไม่ควรถูกตีความเป็นความผิดจริยธรรม

ถ้าศาลรับหลักนี้ → คดีอาจยกได้ทั้งชุด

2️⃣ “เจตนา” ต้องพิสูจน์ให้ถึงระดับร้ายแรง

การตัดสิทธิ์ทางการเมือง ต้องเป็น

👉 ฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง

คำว่า ร้ายแรง สำคัญมาก

ศาลต้องดูว่า สส.
• มีเจตนาล้มล้างจริงหรือไม่
• หรือเพียงเสนอแนวทางนโยบาย

หากพิสูจน์ไม่ได้ว่ามีเจตนาร้ายแรงจริง
ศาลมีเหตุผลยกคำร้องได้

3️⃣ คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ≠ ความผิดอัตโนมัติ

นี่เป็นจุดกฎหมายที่หลายคนเข้าใจผิด

แม้ศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยเกี่ยวกับพรรคการเมือง

แต่

❗ คำวินิจฉัยนั้น ไม่ได้ตัดสินความผิดรายบุคคล

ศาลฎีกายังต้องพิจารณาใหม่ว่า
• สส.แต่ละคนทำอะไร
• มีพฤติการณ์ส่วนบุคคลหรือไม่

ถ้าศาลเห็นว่า

ไม่สามารถเหมารวมสมาชิกทั้งหมดได้

ก็มีช่องยกคำร้องได้

4️⃣ หลัก “เสรีภาพในการอภิปรายของ สส.”

ในระบบรัฐสภาทั่วโลกมีหลักสำคัญมากคือ

👉 Legislative Immunity
(เอกสิทธิ์ของสมาชิกสภา)

หมายถึง
• การพูด
• การอภิปราย
• การเสนอร่างกฎหมาย

ควรได้รับความคุ้มครอง เพื่อให้ สส. ทำงานโดยไม่กลัวถูกลงโทษทางการเมือง

ถ้าศาลยึดหลักนี้แรงพอ
คดีสามารถจบได้

5️⃣ หลักความได้สัดส่วนของโทษ (Proportionality)

ศาลอาจพิจารณาว่า
• การเสนอร่างกฎหมาย (ที่ยังไม่ผ่าน)
• เทียบกับโทษ “ตัดสิทธิ์ตลอดชีวิต”

⚖️ โทษอาจรุนแรงเกินส่วน

ถ้าศาลเห็นว่าไม่สมดุล
อาจยกคำร้องหรือไม่ลงโทษสูงสุด

📌 สิ่งสำคัญที่สุด

คดีนี้ ไม่ได้ง่ายแบบชนะหรือแพ้ทันที

เพราะมันชนกันระหว่างหลักกฎหมาย 2 ชุดใหญ่
1. คำวินิจฉัยด้านความมั่นคงของรัฐ
2. เสรีภาพของฝ่ายนิติบัญญัติ

ศาลต้องเลือกว่าจะให้น้ำหนักอะไร

📌 ความจริงที่ต้องพูดตรง ๆ

มีเหตุผลทางกฎหมาย “จริง” ที่ศาลจะยกคำร้องได้
และก็มีเหตุผลทางกฎหมายที่ศาลจะลงโทษได้เช่นกัน

จึงเป็นคดีที่ ผลลัพธ์เปิดกว้างมาก
ไม่ใช่จบไปแล้วอย่างที่หลายคนรู้สึก

ข่าว / ธนายุทธ ม่วงขวัญ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ชมรมสื่อโซเชียลประเทศไทย
095-342-168