“ คอลัมน์ สับไม่เลี้ยง ” ขบวนการยุติธรรมธรรม ที่ไม่ยุติธรรม อดีตผู้สมัคร ส.ว. ตั้งกลุ่ม บูรพาไม่แพ้ ความจริง ก็คือความจริง คนไทยต้องรู้

เมื่อวันที่ 11มีนาคม 2569 ศาลรัฐธรรมนูญประชุมปรึกษาคดี นายสมพล หริกุล (ผู้ร้อง) ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 (เรื่องพิจารณาที่ ต. 24/2569)
ผู้ร้องกล่าวอ้างว่า ตนเป็นผู้สมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา ถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพจากการที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (ผู้ถูกร้องที่ 1) และเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (ผู้ถูกร้องที่ 2) จัดการเลือกสมาชิกวุฒิสภาไม่เป็นการลงคะแนนโดยลับตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 33 เป็นการเลือกสมาชิกวุฒิสภาที่มิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ละเมิดสิทธิและเสรีภาพของผู้ร้องและผู้สมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 2 มาตรา 3 มาตรา 4 มาตรา 5 มาตรา 25 มาตรา 26 และมาตรา 107
ผลการพิจารณา
ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาโดยการอภิปรายแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบ หากผู้ร้องเห็นว่าเป็นการละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญคุ้มครองไว้ ผู้ร้องอาจใช้สิทธิทางศาลอื่นได้ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 25 วรรคสาม
ส่วนกรณีขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้การเลือกสมาชิกวุฒิสภาไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญนั้น รัฐธรรมนูญหรือกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญได้กำหนดกระบวนการร้องหรือผู้มีสิทธิขอให้ศาลพิจารณาวินิจฉัยไว้เป็นการเฉพาะแล้วตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 47 (2) ซึ่งมาตรา 46 วรรคสาม บัญญัติให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณา ดังนั้น ผู้ร้องไม่อาจยื่นคำร้องดังกล่าวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213
ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์มีคำสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย
มติเอกฉันท์ ศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้องปมเลือกสว.ไม่เป็นความลับ
นายสมพล หริกุล กล่าว กลุ่มเลือกตั้ง ส.ว.ต้องโมฆะ มีสมาชิกนับ 100 คนเราต่อสู้กับขบวนการยุติธรรม การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2567 ใช้เวลานาน 20 เดือน คดีที่กลุ่มอดีตผู้สมัคร ส.ว.ร้องเรียนผ่าน กกต. 614 เรื่องศาลรัฐธรรมนูญ ไม่เคยรับไว้วินิจฉัย นายธนทัต ประเสริฐนู นายกสมาคมนักหนังสือพิมพ์และสื่อมวลชนกำแพงเพชร อดีตผู้สมัคร ส.ว.กลุ่ม 18 สื่อมวลชนระดับประเทศจังหวัดกำแพงเพชร กล่าว ตนเองร่วมต่อสู้การเลือกตั้ง ส.ว.ที่ไม่สุจริตและเที่ยงธรรม หลายกลุ่มเป็นนักต่อสู้ที่ไม่ยอมแพ้ 20 เดือน ต่อสู้กับอำนาจรัฐ ที่ไม่เป็นธรรม ที่ผ่านมา นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ และนายธนทัต ประเสริฐนู ดร.ดิเรก พรสีมา นายภิญโญ บุญเรือง นายสมพล หริกุล สามารถนำหลักยื่น กกต.เพื่อถอดถอน ศ.ดร.เกศกมล เปลี่ยนสมัย ส.ว.กลุ่มที่ 19 ประสบความสําเร็จ และจะดำเนินการถอดถอน ส.ว.กลุ่ม 10 อีก 2 คน ที่ลงสมัครไม่ตรงกลุ่ม ไม่มีคุณสมบัตร นางแดง กองมา และ นายสมพาน พละศักดิ์


ส.ว. กลุ่ม 10 คือกลุ่มผู้ประกอบกิจการอื่นนอกจากกิจการตามกลุ่ม 9 (เช่น SME) สำหรับการเลือก ส.ว. ปี 2567 โดยผู้สมัครต้องเป็นเจ้าของหรือผู้บริหารกิจการขนาดใหญ่ (จ้างงาน >200 คน หรือ รายได้ >500 ล้านบาท/ปี) ที่ผลิตสินค้า/บริการ และมีความเชี่ยวชาญในธุรกิจไม่น้อยกว่า 10 ปี
คุณสมบัติหลัก ส.ว. กลุ่ม 10 (ผู้ประกอบกิจการอื่น)
นิยามกลุ่ม: ผู้ประกอบการที่มีขนาดกิจการใหญ่กว่ากลุ่ม SMEs ไม่ใช่ “ลูกจ้าง” แต่เป็นเจ้าของหรือบริหารธุรกิจเอง.
เกณฑ์กิจการ: กิจการผลิตสินค้า (จ้างงานเกิน 200 คน หรือ รายได้เกิน 500 ล้านบาท) หรือ กิจการให้บริการ/ค้าส่ง/ค้าปลีก (จ้างงานเกิน 100 คน หรือ รายได้เกิน 300 ล้านบาท).
ประสบการณ์: มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ หรือทำงานในด้านที่สมัครไม่น้อยกว่า 10 ปี. นางแดง กองมา ส.ว.กลุ่ม 10 ขายหมู มีลูกจ้างถึง 100 คน หรือรายได้เกิน 300 ล้านบาท นายสมพาน พระศักดิ์ ขายก๋วยเตี๋ยวไก่มะระ 12 ปี คุณสมบัตรลักษณะนี้ไม่เข้าเกณฑ์ คนเซ็นรับรอง ผู้อำนวยการประจำอำเภอ ที่รับสมัคร เข้าข่ายสมรู้ร่วมคิดทำเป็นขบวนการล้มล้างการปกครองหรือไม่ อดีตผู้สมัคร ส.ว.ทั่วประเทศ ไม่ยอมปล่อยขบวนการ โกง ส.ว.ลอยนวลแน่นอน
“ คอลัมน์ สับไม่เลี้ยง”

























