!นายวิเชียร ศรีสุด ประธานสภาเที่ยงธรรม อดีตผู้สมัคร สว.และ สว.77 จังหวัด เตรียมบุกทำเนียบรัฐบาล ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เร่งรัดคดี สว.อัปยศ


สำนักงานข่าวหนังสือพิมพ์STNEWSรายงานวันที่ 24 มิถุนายน 2568 นายวิเชียร ศรีสุด ประธานสภาเที่ยงธรรม พร้อมสมาชิกกลุ่ม 296 คน อดีตผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภา และอดีตสมาชิกวุฒิสภา ระดับประเทศ 77 จังหวัด ต่อสู้ทวงคืนความยุติธรรม การเลือกตั้ง สว.เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2567 ณ อิมแพคอารีน่าเมืองทองธานี อดีตผู้สมัคร สว.ร้องเรียนการเลือกตั้ง สว.ครั้งนี้เป็นไปโดยไม่สุจริตและเที่ยงธรรม มีการร้องเรียน กกต.613 คดี มีหลักฐาน พยานจำนวนมาก แต่คณะกรรมการการเลือกตั้ง ไม่สนใจที่จะตรวจสอบพยานหลักฐานให้เป็นที่ประจักษ์ ต่อสังคมตรงกันข้ามรีบประกาศผลรับรองเลือกตั้ง สมาชิกวุฒิสภาจำนวน 200 คน และสำรอง 100 คน เมื่ออดีตผู้สมัคร สว.เห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงรวมตัวผู้มีอุดมการณ์เหมือนกันตั้งสภาเที่ยงธรรม เพื่อต่อสู้ทวงคืนความยุติธรรม ให้กับผู้สมัคร สว.ทั้งประเทศ เป็นเวลา 363 วัน ของการต่อสู้กับกลุ่ม สว.สีน้ำเงิน ที่มีนักการเมืองพรรคใหญ่พรรคภูมิใจไทยอยู่เบื้องหลัง หัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค กรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย โดนหมายเรียกแจ้งข้อกล่าวหากันถ้วนหน้าเป็นข่าวโด่งดังทั่วประเทศ วันที่ 10 กรกฏาคม 2568 เป็นวันครบรอบ 1 ปี กกต.ประกาศผลรับรอง สว.อัปยศ นายวิเชียร พร้อมอดีตผู้สมัคร สว. เขียนจดหมายเพื่อยื่นขอเข้าพบนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เรื่อง ขอเข้าพบเพื่อยื่นหนังสือและให้กำลังใจ



เรื่อง ขอเข้าพบเพื่อยื่นหนังสือและให้กำลังใจ
กราบเรียน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร
ด้วย ข้าพเจ้า และสมาชิก “สภาเที่ยงธรรม” อันประกอบด้วย อดีตผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภา
ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการจัดการเลือกตั้งที่ไม่สุจริตและเที่ยงธรรม ขอเข้าพบเพื่อ
ใจ ฯพณฯ ท่านนายกรัฐมนตรี และขอให้ท่านเร่งรัดคดีฮั้ว สว. อั้งยี่ ช่องโจรและฟอก
ในความรับผิดชอบของกรมสอบสวนคดีพิเศษ DSI และสำนักงานป้องกันและปราบปราบปรามการฟอกเงิน ปปง.
ให้เป็นไปตามกฎหมายเพื่อนำคนผิดมาลงโทษโดยเร็ว
งกราบเรียนมาเพื่อให้พวกเข้าพเจ้าได้เข้าพบ ในวันที่ ๑๐ กรกฎาคม
ลา ๑๐.๐๐ น. หรืออาจจะเป็นวัน เวลา อื่น ตามที่ ฯพณฯ สะดวก ณ ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล
จำนวนผู้เข้าพบประมาณ ๕๐ คน เมื่อ ฯพณฯ ทราบแล้ว ผลเป็นประการใด โปรดได้แจ้งให้ข้าพเจ้าทราบด้วย
จักกราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูง
















ข่าว~สมหมาย ศรีสมุทร นสพ.STNEWS




















