พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว ไม่ทำให้สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ ผิดหวัง ถลกหนังขบวนการล้มล้างการปกครอง ใหญ่สุดในประเทศไทย แจงขั้นตอน โกงฮั้วบ็อกโหวต สว.ละเอียดทุกขั้นตอน กรมสอบสวนคดีพิเศษ DSI ใช้ AI ช่วยสืบคดีโกง สว.สำรอง สว.ระดับประเทศ นับ 100 ร่วมแสดงจำลองเหตุการณ์เสมือนจริง
























สำนักงานข่าวหนังสือพิมพ์STNEWSรายงานวันที่ 25 เมษายน 2568 เวลา 17.00 น. พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว อดีตผู้ช่วย ผบ.ตร. (สว.สำรอง) นายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล (สว.สำรอง) พร้อมกลุ่ม สว.สำรอง สาที่ ๑ นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ สายที่ ๒ ดร.วิเชียร ศรีสุด พ.ต.อ.ดร.สนองเดช เดชวัชรนนท์ กลุ่มทวงความยุติธรรม สายที่ ๓นายธนทัต ประเสริฐนู กลุ่ม 18 สื่อมวลชนระดับประเทศจังหวัดกำแพงเพชร นายศิริ ปากะลวงศ์ สว.กลุ่ม 18 สื่อมวลชนระดับประเทศจังหวัดสกลนคร นายสอน สุริยันต์ สว.กลุ่ม 20 ระดับประเทศจังหวัดสระบุรี พร้อม สว.ระดับประเทศ 77 จังหวัด สายที่ 4 และเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI ) เข้าร่วมสังเกตการณ์การปฏิบัติงานในคดีพิเศษของเจ้าหน้าที่
พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พันตำรวจโท อนุรักษ์ โรจนนิรันดร์กิจ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และ พันตำรวจตรี วรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการกองคดีคุ้มครองผู้บริโภค และโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง เข้าสังเกตการณ์ การตรวจสถานที่คัดเลือก สว. ระดับประเทศ และจำลองเหตุการณ์ เพื่อประกอบการสอบสวนคดีพิเศษในคดีฟอกเงิน สว. (คดีพิเศษที่ 24/2568) และใช้ประกอบการไต่สวนของ กกต. ณ อาคาร Impact forum hall 4 อิมแพคอารีนาเมืองทองธานี ถนนป๊อปปูล่า อำเภอปากเกล็ด จังหวัดนนทบุรี แม่น้ำ 4 สาย สู้ยิบตากับขบวนการล้มล้างการปกครอง ที่มีอิทธิพลทางการเมืองมากว่า 3 ทศวรรษถ้าปล่อยให้ยึดสภาสูงสำเร็จ จะสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงต่อประเทศชาติ เพราะมีอำนาจแต่งตั้งองค์กรอิสระ ศาลรัฐธรรมนูญ กกต.ป.ป.ช.ผู้ตรวจการแผ่นดิน กสม. สตง.คนของตนเองเพื่อเข้ามาใช้อำนาจทุจริตคอรัปชั่นดีเอสไอ” ใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า “จีโอ-เอไอ” มาประมวลผลพฤติกรรมบุคคลและกลุ่มบุคคลผ่านภาพวิดีโอ จากกล้องวงจรปิดในวันเลือก สว.ระดับประเทศ พร้อมเชิญกลุ่ม สว.สำรอง ร่วมสังเกตการณ์และชี้จุดพบโพยในสถานที่จริง กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จัดฉากเสมือนจริงสำหรับการเลือก สว.ระดับประเทศ เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.2567 ที่อิมแพ็ค ฟอรัม เมืองทองธานี โดยมีเจ้าหน้าที่ ส่วนแผนที่และเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ กองเทคโนโลยีและศูนย์ข้อมูลการตรวจสอบ เข้าร่วมดำเนินการ จัดตั้งคูหา, หีบหย่อนบัตร และการจัดสถานที่








และมีกลุ่ม แม่น้ำ 4 สาย ร่วมสังเกตการณ์และชี้จุดพบโพยการเลือก สว.ตามคำร้อง ทั้งนี้มี พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไอ เข้าร่วมสังเกตการณ์ด้วย หลังรับเรื่องจาก สภ.รัตนาธิเบศร์ และ สภ.โกสุมพิสัย เรื่องความผิดอาญาฐาน “อั้งยี่” ไว้พิจารณาเพิ่มจาก “ฟอกเงิน”
ทั้งนี้ เป็นที่สังเกตว่าดีเอสไอใช้เครื่องเลเซอร์สแกน 3 มิติ สร้างแบบจำลองสถานที่เลือกให้เป็น 3D Mapping เพื่อจำลองสถานการณ์และจัดทำแผนที่ ทั้งการเลือกรอบแรกและรอบสอง พร้อมใช้เทคโนโลยี “AI จะใช้ข้อมูลจากภาพกล้องวงจรปิด จะทำให้เห็นพฤติกรรมทุกอย่างของผู้สมัคร ซึ่งเราจะใช้เอไอช่วยเลือกพฤติกรรมที่น่าสนใจ เช่น กลุ่มบุคคลที่รวมกลุ่มกันในพื้นที่ต่างๆ” ไกรศรีเผยหลังจากนั้นจะนำข้อมูลไปวิเคราะห์และส่งพารามิเตอร์ให้ทางทีมของตน เพื่อจะนำไปเทียบตำแหน่งในโมเดลจำลองที่สร้างขึ้นและแสดงผลแผนภาพความร้อน (Heat Map) ให้เห็นว่ากลุ่มคนที่เราสนใจกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่ใดบ้าง เช่นหากมีผู้ต้องสงสัย 50 คน เราจะให้เทคโนโลยีช่วยหาว่าภายในวันนั้น คน 50 คนที่เราสนใจอยู่ที่ไหน
บ้างในพื้นที่ผู้อำนวยการส่วนแผนที่และเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศยังเผยอีกว่า ในวันนี้สแกนพื้นที่ใช้เวลา2-3 ชั่วโมง และจะนำข้อมูลไปประมวลผลเป็นแผนที่สามมิติซึ่งจะใช้เวลาราว 2-3 วัน หลังจากนั้นจะให้เจ้าหน้าที่ AI วิเคราะห์ข้อมูลกล้องวงจรปิดขนาดราว 10 เทระไบต์









เมื่อเสร็จสิ้นแล้วจะนำพารามิเตอร์ที่ได้จากเอไอมาประกอบกับแผนที่โมเดล
จำลอง ถ้าภาพในกล้องวงจรปิดของบุคคลกลุ่มนั้นชัดเจน เทคโนโลยีจะสามารถตรวจจับได้และจะทำให้ข้อมูลที่พยานให้การสมบูรณ์ขึ้นซึ่งเป็นการนำปัญญาประดิษฐ์และระบบภูมิสารสนเทศ มาใช้ในการแสดงเหตุการณ์ ก่อนวิเคราะห์ภาพวิดีโอจากกล้องวงจรปิด โดยเน้นไปที่กลุ่มเสื้อสีเหลืองเสื้อคุมสีดำ และกลุ่มบุคคลที่มีพฤติกรรมส่อพิรุธมีรายงานว่า ดีเอสไอสอบปากคำไปแล้ว 30 ปาก ทั้งพยานบุคคล พยานแวดล้อม พยานผู้เชี่ยวชาญ






ด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ อีกทั้งยังได้ตรวจสอบข้อมูลทางธุรกรรม บุคคลในขบวนการ 1,200 คน พร้อมตรวจสอบข้อมูลผู้ใช้โทรศัพท์อีก 20,000 เลขหมาย ณ วันที่23-26 มิถุนายน 2567 บริเวณ 3 โรงแรมเขต จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นครนายก
ข่าว~ชินพัตน์ หู้เต็ม นสพ.STNEWS



































