!หลิว จงอี้ เมืองไทย ล้วงตับ สว.หมอเกศ คนสวยประจำสภาสูง“ธนทัต” สว.กลุ่ม 18 สื่อมวลชนระดับประเทศจังหวัดกำแพงเพชร ! ปิดเมืองทองธานี ปล้น สว.ใจกลางเมือง ต่อสายตานับ หมื่นคู่ โดยไม่เกรงกลัวกฏหมาย


สำนักงานข่าวหนังสือพิมพ์STNEWSรายงานวันที่ 16 มีนาคม 2568 หลิว จงอี้ เมืองไทย นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ เกาะติดตามจิกคุณหมอคนสวยแห่งสภาสูง รศ.ดร.เกศกมล เปลี่ยนสมัย สว.กลุ่ม 19 ผู้ประกอบการอาชีพอิสระ หรืออื่นๆ จังหวัดเพชรบุรี คุณสมบัติผู้สมัคร สว.ห้ามบุพการี สามีภรรยา ลูก ปู่ย่า ตายาย ลงสมัคร สว.พร้อมกัน แม้แต่ลงสมัคร คนละจังหวัด ผิดกฏหมายเลือกตั้งพ.ร.ป. สว.67 แต่จังหวัดเพชรบุรี มีผู้สมัคร สามี~ภรรยา ลงสมัคร พร้อมกัน 7 ครอบครัว 14 คน ผู้อำนวยการเลือกตั้งอำเภอฯในจังหวัดเพชรบุรี ให้ผู้สมัครผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติเข้ามาได้อย่างไร พล.ต.บัญญัติ เพียรสวัสดิ์ สว.กลุ่ม 2 กฏหมายและขบวนการยุติธรรมระดับประเทศจังหวัดเพชรบุรี และ ดร.กฤษ ขำทวี ทนายความ ดำเนินคดีกับผู้ทำผิดกฏหมายตั้งแต่วันที่ 30 กรกฎาคม 2567 รวมระยะเวลาประมาณ 8 เดือน กกต. ทำงานอย่างล่าช้า พล.ต.ต.บัญญัติ กล่าวต่อไปว่า ถึงแม้จะเห็นใจว่าส่วนใหญ่จะเป็นชาวบ้านที่ถูกชักจูงมาด้วยอามิสสินจ้าง แต่บุคคลเหล่านี้เปรียบเสมือนคนเปิดบัญชีม้าให้แก๊งต้มตุ๋น ต้องเริ่มหาพยานหลักฐานจากระดับนี้ก่อน เพื่อขยายผลให้ถึงตัวการใหญ่อย่างไรก็ตามถ้าชาวบ้านผู้ทำความผิดให้ข้อมูล ชี้เบาะแสหรือให้การเป็นประโยชน์ในการพิสูจน์การกระทำความผิดของตัวการสำคัญ เชื่อว่า กกต.ก็อาจจะกันไว้เป็นพยานตามพรป.รัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาพ.ศ.2561 มาตรา 76 ก็เป็นได้ ถ้า กกต.ปล่อยให้คนที่ไม่มีสิทธิเข้าไปใช้สิทธิเลือกคนที่จะไปดำรงตำแหน่งอันทรงเกียรติและปรากฏว่าเป็นกรณีเช่นนี้ทั่วทั้งแผ่นดิน กกต.จะอ้างว่าการเลือก สว.ครั้งนี้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมได้อย่างไรหลังจากร้องทุกข์ในวันนี้แล้วจะติดตามดูว่า กกต.จะรดำเนินการกับผู้กระทำผิดรายอื่นอีกหรือไม่ หากยังเพิกเฉยโดยอ้างเหตุตามที่นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.อ้างว่าลงโทษคนตามความรู้สึกไม่ได้เพราะไม่มีหลักฐาน ในขณะที่ กกต.มีบุคคลากรและงบประมาณมากมาย แต่ไม่สามารถสืบสวนค้นหาตัวผู้ทำผิดกฎหมายได้ กลับกลายเป็นประชาชนที่ไม่มีบุคลากรและงบประมาณกลับมีความสามารถหาคนทำผิดมาให้เห็นได้ ถ้า กกต.ยังเกียร์ว่าง กลุ่มผู้ร้องทุกข์จะนำรายชื่อผู้ทำผิดกฎหมายไปมอบให้ กกต. เพื่อให้ดำเนินการอีกครหลายครั้งแต่ กกต.เกิดความสำนึกในหน้าที่และมีความรับผิดชอบและในที่สุดหากยังเพิกเฉยไม่ดำเนินการอีก









คงต้องพึ่งแม่น้ำ 4 สาย 1.กลุ่มทนายอั๋น และอินฟลูเอนเซอร์ 2.กลุ่ม พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว (สว.สำรอง ) 3 .กลุ่มทวงความยุติธรรม ดร.วิเชียร ศรีสุด ดร.ณฐพร โตประยูร 4.กลุ่ม สว.ระดับประเทศ 77 จังหวัด ทั้ง 4 สาย กำลังแยกกันเดินรวมกันค้นหาข้อมูลและหลักฐานพยานที่มีจำนวนมาก ส่งให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ( DSI ) ทนายอั๋น และนายธนทัต ประเสริฐนู สว.กลุ่ม 18 สื่อมวลชนระดับประเทศจังหวัดกำแพงเพชร นำรายชื่อผู้เชี่ยวชาญ เงินเดือน 24,000 บาท 200 คน ผู้ชำนาญการ เงินเดือน 15,000 บาท 400 คน ผู้ช่วย สว.เงินเดือน 15,000 บาท 1,000 คน (รวมประมาณ 1,600 คน ) ให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ เรียบร้อย มีรายชื่อ 125 คนเกี่ยวข้องทีเดินทางมาเลือกตั้ง ณ อิมแพคอารีนาเมืองทองธานี ทนายอั๋น และนายธนทัต ทราบดีว่า กลุ่ม สว.สีน้ำเงิน เริ่มรู้ว่า 2 คู่หูจะขอรายชื่อ ผู้ช่วย สว. 1,600 รายชื่อตั้งแต่เดือนสิงหาคม แหล่งข่าว กลุ่มฮั้วเริ่มไหวตัวรู้ทัน เลยเปลี่ยนผู้ช่วย หลายร้อยคน “ทนายอั๋น” ทำเรื่องขอรายชื่อ เดือนสิงหาคม ~ กันยายน วันนี้นักสืบสมฉายา หลิว จงอี้ เมืองไทย นำรายชื่อ ผู้ช่วย สว.หมอเกศกมล












ล็อตแรกที่ได้ ๑ ตุลาคม ~ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๖๗ มาเปิดเผย แล้วถาม สว.หมอเกศกมล ทำไมต้องเปลี่ยน ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ช่วย ใหม่ยกชุด ทนายอั๋น พูดแล้วอมยิ้ม เตรียมนำข้อมูล ไปให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ เพิ่มเติมเร็วๆนี้ นายธนทัต เตือน ขบวนการโกงฮั้วบล็อกโหวต แม่น้ำ 4 สาย ต่อสู้ดำเนินการทางกฏหมายมา 8 เดือนแล้ว ให้กลับตัวกลับใจ ก่อนที่จะสายไป พยานหลักฐานพยานบุคคล มีมากกว่าคดีแตงโม 100 เท่า ถ้าคิดว่าหลักฐานและพยาน จะสาวไม่ถึงตัว สว.138 คน คุณคิดผิด เตรียมตกเป็นผู้ต้องหา นายธนทัต กล่าว
ข่าว ~ สมหมาย ศรีสมุทร นสพ.STNEWS




























