!ข่าว ด่วน พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว อดีตผู้ช่วย ผบ.ตร.นำ (สว.สำรอง ) และ สว.ระดับประเทศ บุกสำนักงาน กกต.ยื่นหนังสือให้ เลขาฯกกต.ยุติปฏิบัติหน้าที่ ถาม ? สว.ตัวจริง ประมาณ 30 คน ไป ป.ป.ช. อย่ากินปูนร้อนท้อง

สำนักงานหนังสือพิมพ์STNEWSรายงานวันที่ 12 มีนาคม 2568 เวลา 10.30 น. ณ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อาคารศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคารบี ) แจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพกรุงเทพมหานคร พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว อดีตผู้ช่วย ผบ.ตร. นำ สว.สำรอง และ สว.ระดับประเทศ 30 คน บุกสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ยื่นหนังสือถึงประธาน กกต.ขอให้ระงับการปฏิบัติหน้าที่ของนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ฉบับที่ 1 ขอให้ กกต. ได้รายงานผลกรณีที่มีผู้ตรวจการเลือกตั้ง (พันตำรวจเอกมนัส) ได้รายงานเหตุที่มีผู้สมัครจะนำโพย (ใบสั่ง) เข้าไปในหน่วยเลือกในวันเลือกรอบประเทศแต่นายแสวงไม่นำพาในการแก้ไขโดยให้คำตอบว่า “ถึงแม้จะรู้ก็ทำอะไรเขาไม่ได้เขาก็คิดวางแผนทำกันมาแบบนี้แหละปล่อยให้เขานำเอา สว.๓ เข้าในคูหาเลือกรอบไขว้ได้” แล้วต่อมา (พันตำรวจเอกมนัส) ได้รายงานเหตุต่อประธาน กกต. เริ่มการสืบสวนข้อเท็จจริงแต่กรรมการที่ถูกแต่งตั้งตั้งขึ้นล้วนเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของนายแสวง (พันตำรวจเอกมนัส) จึงร้องคัดค้านและขอเปลี่ยนตัวให้บุคคลภายนอกมาร่วมเป็นคณะกรรมการแต่ กกต.ยืนยันยันคำสั่งเดิมมีสอบบสวนที่จะพยายามเอื้อประโยชน์แก่นายแสวงซึ่ง (พันตำรวจเอกมนัส)


ได้คัดค้านอีกดังกล่าวถูกเก็บเงียบจึงให้ประธาน กกต. ได้รายงานผลข้อเท็จจริงว่าเรื่องนี้ได้ดำเนินการผลเป็นประการโดยคณะผู้ร้องได้ตั้งข้อสังเกตว่าเพราะเหตุใดนายแสวงที่มีพฤติกรรมค่อนข้างมัวหมองจึงผ่านกระบวนการประเมินนต่อเนื่องมาได้หลายปี โดยขอให้คณะกรรมการ กกต.ได้เปิดเผยผลการประเมินของนายแสวงในคราวเดียวกันฉบับที่ 2 คณะ สว. สำรองได้เรียกร้องขอให้มีการรวมสำนวนการสอบสวนที่เกี่ยวข้องกับการ
ร้องคัดค้านการฮั้วบล็อกโพย (ใบสั่ง) ที่เกี่ยวข้องในการเลือก สว. ที่ผ่านมาโดยเห็นว่าหากให้มีการดำเนินการในลักษณะพิจารณาหรือรวบรวมพยานหลักฐานเป็นรายสำนวนตามที่ปฏิบัติอยู่อาจทำให้พยานหลักฐานขาดการเชื่อมโยงซึ่งกันและกันและทำให้พยานหลักฐานบางส่วนถูกลดน้ำหนักและความสำคัญลดลงอาจเป็นเหตุทำให้เกิดการยกคำร้องหรือการยุติเรื่องได้โดยง่าย โดยคณะ สว.สำรองเรียกร้องให้มีการรวมทุกเรื่อง (ยกเว้นที่เกี่ยวกับคุณสมบัติรายบุคคล) เข้าเป็นเรื่องเดียวกัน พิจารณาโดยคณะผู้สอบสวนชุดเดียวกันและได้ร้องขอให้มีการแต่งตั้งพนักงานสืบสวนไต่สวนจากหน่วยงานอื่นๆ เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษสำนักงานป้องกันปราบปรามการฟอกเงิน สำนักงานอัยการสูงสุด และสภาทนายความเข้าร่วมเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่กับ กกต.โดยขอให้หลีกเลี่ยงแต่งตั้งนายแสวงเป็นหัวหน้าคณะทำงานนี้ขอให้ กกต.ได้มีการประสานงานกับกรมสอบสวนคดีพิเศษอย่างใกล้ชิดเพื่อนำพยานหลักฐานที่ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษได้รับคดีฟอกเงินที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้เป็นคดีพิเศษแล้วซึ่งมีข้อมูลเกี่ยวกับการฮั้วโพยใบสั่งเป็นจำนวนมากมาประกอบในการสืบสวนไต่สวนในสำนวนร้องคัดค้านการใช้โพยฮั้วใบสั่งในการเลือก สว.ที่ผ่านมา ฉบับที่ 2 เรื่อง ขอให้รวมสำนวนการร้องตัดด้านการมล็อกสนาชิกวุฒิธภาที่ไม่สุจริะเที่ยะเที่ยงรรม
กรณีโพยฮั้ว(ใบสั่ง) ไว้เป็น สำนวนเดียวกันประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งตามที่ประธาน กกต.


ได้แถลงข่าวเมื่อวันที่ ๗ มีนาคม ๒๕๖๘ ว่าจากนี้ไปคณะกรรมการการเลือกตั้งจะ
เร่งรัดการดำเนินการการสืบสวนไต่สวนการร้องเรียนและร้องคัดค้านที่เกี่ยวกับการสภาที่ผ่านมาซึ่งเหลือระยะเวลาในการดำเนินการอีกประมาณสามเดือนเศษ โดยจะพยายามเร่งรัต
รวดเร็วยิ่งขึ้นให้ทันกับระยะเวลาที่กำหนด ขอเรียนว่าสังคมยังมีความไม่มั่นใจต่อคำแถลงของท่านประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งดังกล่าว ว่าจะสามารถดำเนินการได้เสร็จสิ้นทันระยะเวลาภายในกำหนดและเป็นไปอย่าง สุจริต หรือเที่ยงธรรมอย่างแท้จริง จึงได้นำเสนอแนวทางการปฏิบัติเพื่อให้สามารถบรรลุผลตามที่คาดหวังดังนี้
๑ ตามเอกสารแถลงข่าวประชาสัมพันธ์ของสำนักงานเผยแพร่ของ กกต. วันที่ ๗ มีนาคม ๒๕๖๘ กรณีสรุปคำร้องสำนวนการร้องคัดค้านการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งปัจจุบันยังคงอยู่ในระหว่างดำเนินการจำนวนทั้งสิ้น ๒๗๘ เรื่องนั้น ขอให้ทางคณะกรรมการการเลือกตั้งได้โปรดตรวจสอบ มีเรื่องใดที่ได้มีการร้องคัดค้านเกี่ยวกับคุณสมบัติรายบุคคลหรือเป็นการร้องคัดค้านมุ่งกล่าวหาเป็นรายบุคคลมีจำนวนเท่าใด และกรณีมีผู้ร้องคัดค้านที่กล่าวหามีการทุจริตหรือ โพยฮั้ว(ใบสั่ง) การเลือกสมาชิกวุฒิสภาจำนวนกี่เรื่องโดยแยกเป็น ๒ กลุ่มที่ชัดเจน
๒. เพื่อให้การสืบสวนและไต่สวนเรื่องร้องคัดค้านเป็นไปด้วยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพบรรลุผลของความสุจริตและเที่ยงธรรม จึงขอเสนอให้ดำเนินการรวมสำนวนเรื่องที่มีการร้องคัดค้านการใช้โพยฮั้ว(ใบสั่ง) การเลือกที่ไม่สุจริตเที่ยงธรรมพิจารณาเป็นเรื่องเดียวกันโดยรวมทุกเรื่องไว้พิจารณาพร้อมกันโดยคณะเจ้าหน้าที่ชุดเดียวกัน ทั้งนี้เพื่อจะได้มีการรวมพนักงานสืบสวนสอบสวนเข้ามาดำเนินการที่ต่างจากในปัจจุบันซึ่งในแนวทางเดิมที่ ต่างคณะต่างรับผิดชอบ ในแต่ละสำนวนอาจทำให้พยานหลักฐานขาดการเชื่อมโยงกันจึงอาจทำให้ พยานหลักฐานถูกลดน้ำหนักลง อาจเป็นต้นตันเหตุอันสำคัญที่ทำให้เกิดการยกคำร้องหรือยุติเรื่องได้โดยง่าย











๓. ตามข้อ ๒. เมื่อรวมสำนวนการสืบสวนและไต่สวนคัดค้านเกี่ยวกับการเลือกสมาชิกวุฒิสภาเป็นสำนวนเดียวกันทั้งหมดแล้ว ขอให้มีการตั้งพนักงานสืบสวนและไต่สวนโดยที่มีผู้เชี่ยวชาญการสอบสวนจากหน่วยงานอื่น เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน สำนักงานอัยการสูงสุด สภาทนายความ มาร่วมเป็นพนักงานสืบสวนสอบสวน ทั้งนี้โดยหลีกเลี่ยงการมอบหมายให้เลขาธิการ กกต.ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าคณะทำงาน ๔. เมื่อดำเนินการตามข้อ ๓. แล้ว ควรมีการวางกรอบระยะเวลาการดำเนินงานและสิ้นสุด โดยชัดเจนไม่ควรเกิน ๒ – ๓ เดือน นับจากนี้เป็นต้นไปและประสานงานกรมสอบสวนคดีพิเศษเพื่อกรมสอบสวนคดีพิเศษดำเนินคดีเกี่ยวกับการพ่อกเงินในเรื่องนี้ไว้แล้ว ซึ่งน่าจะมีข้อมูลที่เกี่ยวข้องและเกี่ยวเนื่องกันอยู่เป็นจำนวนมากมาร่วมพิจารณาไปโนคราวเดียวกัน ๕. การดำเนินการสืบสวนไต่สวนเพื่อหาพยานหลักฐานนี้ สิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งสิ่งหนึ่งที่อยู่ในอำนาจของกกต.ทำให้อย่างรวดเร็วและมีคุณค่าในด้านน้ำหนักพยานหลักฐานเป็นอย่างยิ่งคือการเปิดหีบบัตรการเลือกสมาชิกวุฒิสภาที่เก็บไว้จำนวน ๔๐ กล่องในระดับประเทศเพื่อดูลักษณะการลงคะแนที่ซ้ำกันและสอดคล้องกันกับโพย(ใบสั่ง) รวมทั้งภาพบันทึกกล้อง CCTV ที่บันทึกไว้ในวันเลือกรอประเทศโดยขอให้ กกต. ดำเนินการอย่างเปิดเผยต่อสาธารณะเพื่อแสดงความจริงใจและสร้างความเชื่อมั่นของ กกต. ให้กลับคืนมา ถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ควรดำเนินการในโอกทำได้ ๖. เพื่อให้สำนักงาน กกต. ไม่ตกอยู่ในภาวะแดนสนธยาที่สังคมขาดความเชื่อถือและเชื่อมั่น จึงขอให้ได้
ปรับปรุงระบบการสื่อสารเป็นสองทาง((wo ways communication) กับสังคม โดยมีการตอบข้อซักถามหรือข้อหารือต่างๆ ทุกระยะในทุกโอกาสที่สามารถทำได้และขอได้โปรดตอบข้อเสนอแนะและข้อหารือดังกล่าวเพื่อให้เกิดความ กระจ่างอย่าง โปร่งใสและเป็นธรรนอย่างยิ่งว่าคณะกรมการการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นองค์กรอิสระจะดำเนินงานอย่างเป็นแท้จริง ไม่ตกอยู่ภายใต้อาณัติแห่งอำนาจใด ๆ และดำรงตนอยู่บนผลประโยชน์ของประเทศชาติดำเนินการอย่างสุจริต และเที่ยงธรรม และไม่ขัดต่อกฎหมาย ตามเจตนารมณ์ของ กกต.
ข่าว~ชินพัตน์ หู้เต็ม นสพ.STNEWS เครดิตภาพ~นายสอน สุริยันต์ สว.กลุ่ม 20 ระดับประเทศจังหวัดสระบุรี


































