!สมหมาย ศรีสมุทร นักข่าวอาวุโส น้อยใจ ประกาศไม่นำเสนอข่าว นักการเมืองทุ่งสนุ่น บ้านเกิดผมเอง สังเกตการณ์หน่วยเลือกตั้งที่ 6 เขตเลือกตั้ง 1โดนอดีตข้าราชการเกษียณ ข่มขู่จะดำเนินคดี ละเมิดสิทธิ์ ถ่ายภาพ 4 เรื่องไม่จริงเกี่ยวกับPDPA



สำนักงานข่าวหนังสือพิมพ์STNEWSรายงานวันที่ 1 ธันวาคม 2567 เวลา 18.00 น.ณ อาคารหอประชุมเทศบาลตำบลระหาน ตลาดทุ่งสนุ่น อำเภบึงสามัคคี จังหวัดกำแพงเพชร นายสมหมาย ศรีสมุทร นักข่าวอาวุโส อดีตที่ปรึกษานายกสมาคมนักหนังสือพิมพ์และสื่อมวลชนกำแพงเพชร น้อยใจกล่าวว่าตนเองเกิดที่บ้านทุ่งสนุ่น เติบโตอายุจะครบ 60 ปีทำข่าว นักจัดการการวิทยุ 20 ปี เดินทางทำข่าวรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 และ 22 พฤษภาคม 2557 เข้าไปทำข่าวบ้านนักการเมืองใหญ่หลาย 10 ครั้ง งานบวชลูกชาย ผมไปทำข่าวเก็บภาพสวยๆ ตั้งแต่ 10.00 – 18.00 น. เคยเห็นนักข่าวถือกล้อง 8 ชั่วโมงทำข่าว เลือกตั้งนายก อบจ.เมื่อ 4 ปี เวลาผมทำข่าวเชียร์ มองเห็นนักข่าวเป็นมิตร ชอบใจถูกใจ พอนักข่าวไม่เขียนเชียร์มาสังเกตการณ์ ไม่ได้มาจับผิด แต่กลับมีอดีตข้าราชการใหญ่ ในอำเภอบึงสามัคคี จะมาดำเนินคดีละเมิดสิทธิ์ เพราะไปถ่ายรูปใบสรุปคะแนน มีรอยขีดฆ่า และไปถ่ายรูป อดีตข้าราชการใหญ่ เลยแสดงอาการโมโหขั้นรุนแรง ประกาศนักข่าวละเมิดสิทธิ์ตนเอง กล่าวว่าตนเองเกษียณอายุราชการ แล้วมาถ่ายผมทำไม ผมก็ตอบไปว่าไม่ได้นำรูปไปลงให้เสียหาย แค่มาสังเกตการณ์ มีกองเชียร์มาลุ้นคะแนน นายก อบจ.หมายเลข 1เท่านั้นแต่นักข่าวโดนข่มขู่ เข้าใจสัจธรรมนักการเมืองและข้าราชการ ถ้าเขียนเชียร์รักมาก จะอุ้มขึ้นบ่า “สมหมาย” กล่าวว่าตนเองรู้สึกน้อยใจ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ขออนุญาตบรรณาธิการ ผมจะไม่ทำข่าวนักการเมืองอำเภอบึงสามัคคี บ้านเกิดตนเอง ใครจะไม่รักบ้านเกิดตนเอง หลาย 10 ปีมีการใช้อาวุธสงครามยิงคน มีผู้เสียชีวิต 1 คน ทีมงานจะไปทำข่าวมีนายตำรวจ มาขอร้องถ้าลงข่าวมีการใช้อาวุธสงคราม จะเสียชื่ออำบึงสามัคคี และเสียชื่อนักการเมือง ผมยังไม่ไปทำข่าวเพราะนายตำรวจ ขอร้อง แต่ตอนนี้นักการเมืองและอดีตข้าราชการ มองผมเป็นศัตรู พอกันทีเลิกทำข่าวนักการเมืองในบ้านเกิดตนเอง

PDPA คืออะไร ?
ความสำคัญของ PDPA คือการทำให้เจ้าของข้อมูลมีสิทธิในข้อมูลส่วนตัวที่ถูกจัดเก็บไปแล้ว หรือกำลังจะถูกจัดเก็บมากขึ้น เพื่อสร้างความปลอดภัยและเป็นส่วนตัวให้แก่เจ้าของข้อมูล โดยมีสิทธิที่สำคัญคือ สิทธิการรับทราบและยิมยอมการเก็บข้อมูลส่วนตัว และสิทธิในการขอเข้าถึงข้อมูลส่วนตัว คัดค้านและเพิกถอนการเก็บและนำข้อมูลไปใช้ และสิทธิขอให้ลบหรือทำลายข้อมูลส่วนตัว
สิทธิที่เพิ่มขึ้นของเจ้าของข้อมูล ทำให้ผู้ประกอบการขององค์กรและบริษัทต่าง ๆ ต้องปรับเปลี่ยนกระบวนการเก็บรวบรวมและนำข้อมูลส่วนตัวของเจ้าของข้อมูลไม่ว่าจะเป็นลูกค้า พนักงานในองค์กร หรือบุคคลใด ๆ ที่เกี่ยวข้องให้เป็นไปตามหลักปฏิบัติของ PDPA พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
โดยหากคุณเป็นผู้ประกอบการ หรือเป็นตัวแทนองค์กรที่ดำเนินการเรื่อง PDPA วันนี้เราจะช่วยคุณเปลี่ยนแนวทางการดำเนินงานเพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมาย PDPA กัน
หากคุณต้องการเก็บรวบรวมข้อมูล ประมวลผลข้อมูล นำข้อมูลไปใช้ รวมถึงการเก็บรักษาและดูแลความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคคลของลูกค้าและบุคคลที่เกี่ยวข้อง คุณจะต้องดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปนี้โดยด่วน เพราะในขณะนี้ประเทศไทยได้เริ่มบังคับใช้ พ.ร.บ. PDPA แล้ว หากคุณไม่ดำเนินการตามหลักของ PDPA คุณอาจต้องรับโทษร้ายแรงทั้งทางแพ่ง อาญา และปกครอง
องค์ประกอบสำคัญของ PDPA
บุคคลที่ต้องปฎิบัติตามกฎหมาย PDPA ประกอบด้วย เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (Data Subject) และผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (Data Controller) โดยผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลนั้นเปรียบเสมือนผู้ดูแลระบบ เป็นฝ่ายปฏิบัติงาน มีหน้าที่เก็บรวบรวม และนำข้อมูลส่วนบุคคลที่ขอความยินยอม (Consent) จากเจ้าของข้อมูลไปใช้ ยกตัวอย่างเช่น เว็บไซต์ขายของออนไลน์ ตัวผู้จัดทำเว็บไซต์ก็จะต้องขอข้อมูลทั้งชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ ข้อมูลการจ่ายเงิน เพื่อนำไปดำเนินการสั่งซื้อและจัดส่งสินค้าไปยังที่อยู่ของเจ้าของข้อมูล ซึ่ง PDPA เมื่อได้ข้อมูลมาแล้ว ก็ต้องจัดให้มีมาตรการรักษาความปลอดภัยข้อมูลเพจ PDPC Thailand ซึ่งเป็นหน่วยงานราชการ ทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสาร กิจกรรม องค์ความรู้ และกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ได้ให้ข้อมูล ชี้แจง 4 เรื่องไม่จริงเกี่ยวกับ PDPA ดังนี้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลต้องให้ความยินยอมทุกครั้งก่อนนำข้อมูลไปใช้
ตอบ ไม่จำเป็น ต้องขอความยินยอม หากการใช้ข้อมูลดังกล่าว
(1) เป็นการทำตามสัญญา
(2) เป็นการใช้ที่มีกฎหมายให้อำนาจ
(3) เป็นการใช้เพื่อรักษาชีวิตและ/หรือ ร่างกายของบุคคล
(4) เป็นการใช้เพื่อการค้นคว้าวิจัยทางสถิติ
(5) เป็นการใช้เพื่อประโยชน์สาธารณะ
(6) เป็นการใช้เพื่อปกป้องผลประโยชน์ หรือสิทธิของตนเองการถ่ายรูป-ถ่ายคลิป ติดภาพคนอื่นโดยเจ้าตัวไม่ยินยอมจะผิด PDPA
ตอบ กรณีการถ่ายรูป-ถ่ายคลิปโดยติดบุคคลอื่นโดยผู้ถ่ายรูป-ถ่ายคลิปไม่เจตนา และการถ่ายรูปถ่ายคลิปดังกล่าวไม่ได้ก่อให้เกิดความเสียหายกับผู้ถูกถ่าย สามารถทำได้ หากเป็นการใช้เพื่อวัตถุประสงค์ส่วนตัวถ้านำคลิปหรือรูปถ่ายที่ติดคนอื่นไปโพสต์ในโซเชียลมีเดียโดยบุคคลอื่นไม่ยินยอมจะผิด PDPA
ตอบ สามารถโพสท์ได้ หากใช้เพื่อวัตถุประสงค์ส่วนตัว ไม่ใช้แสวงหากำไรทางการค้าและไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลติดกล้องวงจรปิดแล้วไม่มีป้ายแจ้งเตือนผิด PDPA
ตอบ การติดกล้องวงจรปิด ภายในบ้าน ไม่จำเป็นต้องมีป้ายแจ้งเตือน หากเพื่อป้องกันอาชญากรรม และรักษาความปลอดภัยกับตัวเจ้าของบ้าน
ข่าว-ทองม่อน พลพงษ์ นสพ.STNEWS







































