Friday, January 16, 2026
Latest:
ทั่วไป

!“ ปราย สมาชิกพรรคประชาชน “ตังตึง ฟันธง คำสั่งทางปกครอง และมติ ค.ร.ม.กรณีที่เขากระโดง เหมือนคดี หวยบนดิน หรือ หวย 2 ตัว 3 ตัว รัฐมนตรี เจ้ากระทรวงรับผิดชอบ ศาลพิพากษา จำคุก ผิดกฏหมาย อธิบดีกรมที่ดิน เตรียมติดคุก

สำนักงานข่าวSTNEWSรายงานวันที่ 11 พฤศจิกายน 2567 นายชินพัตน์ หู้เต็ม หรือ ปราย นักธุรกิจหนุ่ม โปรไฟล์ ไม่ธรรมดา ดีกรีปริญญาโท สมาชิกพรรคประชาชน เปิดเผยกับผู้สื่อข่าว จากกรณีที่อธิบดีกรมที่ดิน มีคำสั่งอธิบดีกรมที่ดินที่ 1195-1196/2566 เรื่อง ตั้งคณะกรรมการสอบสวนตามความในมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ลงวันที่ 12 พ.ค.2566 เพื่อดำเนินการกับหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินที่ออกทับที่ดินการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) บริเวณแยกเขากระโดง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ จำนวน 995 ฉบับ อันเป็นการดำเนินการตามคำพิพากษาของศาลปกครองกลางในคดีหมายเลขดำที่ 2494/2564 คดีหมายเลขแดงที่ 582/2566 ต่อมาเจ้าหน้าที่ของสำนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ และฝ่ายบริหารโครงการพัฒนาที่ดินและฝ่ายการช่างโยธา ในฐานะผู้รับมอบอำนาจของ รฟท. ได้ร่วมกันลงพื้นที่เพื่อชี้แนวเขตและทำการรังวัดที่ดินของ รฟท. บริเวณแยกเขาระโดง จ.บุรีรัมย์ 5,083 ไร่ จนแล้วเสร็จ และจัดส่งข้อมูลการรังวัดที่ดินให้คณะกรรมการสอบสวนฯพิจารณา ล่าสุด นายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมที่ดิน ได้ทำหนังสือถึง ผู้ว่าการ รฟท. แจ้งเรื่องการเพิกถอนหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินที่ออกทับซ้อนกับที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย โดยมีเนื้อหาสรุปได้ว่า คณะกรรมการสอบสวนฯ มีมติเป็นเอกฉันท์ เห็นสมควรไม่เพิกถอนหรือแก้ไขหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินรถไฟฯ บริเวณแยกเขากระโดง เนื่องจาก รฟท. ไม่มีหลักฐานเป็นที่ข้อยุติว่า ที่ดินดังกล่าวเป็นที่ดินของ รฟท. “ ปราย ”กล่าว ศักดิ์ของกฏหมาย คือสาระสำคัญ ศาลฎีกาพิพากษา ที่ดิน 5,083 ไร่ เป็นที่ดินของการรถไฟ ถือว่าสิ้นสุด ผูกพันทุกองค์กร “ ปราย ” กล่าวยกกรณีตัวอย่าง รัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ใช้มติคณะรัฐมนตรี ออกหวยบนดิน หรือหวย 2 ตัว 3 ตัว แต่ พ.ร.บ.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล พ.ศ. 2517 คำนิยามตรงตัว “กินแล้วแบ่ง ” 100 เปอร์เซ็นต์ เข้ารัฐ 28 เปอร์เซ็นต์ 60 เปอร์เซ็นต์ เป็นเงินรางวัล 12 เปอร์เซ็นต์ เป็นค่าบริหารจัดการและตัวแทนผู้จำหน่าย ยกตัวอย่าง ขายสลากกินแบ่งรัฐบาล ได้รวม 10,000 ล้านบาท 2,800 ล้านบาทเข้าคลังหลวง 6,000 ล้านบาท เป็นเงินรางวัล 1,200 ล้านบาท ตัวแทนผู้จำหน่ายสลาก เมื่อ พ.ร.บ. มีศักดิ์ทางกฏหมายสูง เหนือกว่ามติ ค.ร.ม.จะไปขัดแย้งกฏหมายสูงกว่าไม่ได้ ถ้าจะทำหวย 2 ตัว 3 ตัว ต้องแก้ไข พ.ร.บ.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล พ.ศ.2517 คือรัฐบาลเป็นเจ้ามือหวยเองไม่ได้ แต่รัฐบาล” ทักษิณ “ ไม่สนใจว่าทำผิดหรือทำถูกกฏหมาย คิดว่ากฏหมายอยู่ในมือตนเอง เพราะถ้าจะแก้ไข พ.ร.บ.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล พ.ศ. 2517 ต้องผ่านสภาผู้แทนราษฎร 3 วาระใช้เวลานาน นักการเมืองขณะมีอำนาจ จึงใช้ศัพท์ที่นักการเมืองไม่เกรงกลัวกฏหมาย คือเส้นทางลัดรวดเร็วการเมือง คือ “ลักไก่ ”นำมาซึ่งบทลงโทษผู้ฝ่าฝืนกฏหมายที่มี “ศักดิ์เหนือกว่า “ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษาให้จำคุก นายวราเทพ รัตนากร จำเลยในคดีทุจริตโครงการออกสลากเลขท้าย 2 ตัว 3 ตัว (หวยบนดิน) ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เป็นเวลา 2 ปี ปรับ 20,000 บาท โทษจำคุกให้รอลงอาญาไว้ ส่วน พ.ท.ท.ทักษิณ ชินวัตร ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาจำคุก 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา ในความผิดตามาตรา 157 ของประมวลกฎหมาย อาญา คดีออกสลากพิเศษเลขท้าย 2 และ 3 ตัว หรือ “หวยบนดิน” เมื่อปี 2546 – 2549 ในการพิจารณาครั้งนี้ศาลมีคำวินิจฉัยว่า ในระหว่างที่“ทักษิณ ” ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ได้เร่งรัดให้มีการออกสลากพิเศษหวยบนดินในปี 2546-2549 ซึ่งแม้จะมีการทักท้วงว่าการออกสลากดังกล่าวขัดต่อกฎหมาย แต่ในฐานะนายกรัฐมนตรีกลับไม่ได้มีการยับยั้ง จนทำให้เกิดความเสียหาย “ปราย ” กล่าวว่ากรณีเขากระโดง ที่รถไฟศาลฎีกาพิพากษา เป็นที่สิ้นสุดแล้ว แต่อธิบดีกรมที่ดิน อ้างมติเอกฉันท์ ของคณะกรรมการพิจารณาฯที่ดินเขากระโดง ทำให้กระแสสังคมิรุกเป็นไฟ ออกมาต่อต้านคำสั่งอธิบดีกรมที่ดิน นักกฏหมาย นักร้อง นักเคลื่อนไหว จองกฐินดำเนินคดีกับอธิบดีกรมที่ดิน ผู้สื่อข่าวนำศักดิ์ของกฏหมายแต่ลำดับให้พิจารณา “อธิบดีกรมที่ดิน ”จะรอดคุกหรือไม่

ศักดิ์ของกฎหมาย สาระสำคัญ
กฎหมายที่ใช้ในประเทศไทยมีมากมาย หลายประเภท เช่น พระราชบัญญัติ พระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง เทศบัญญัติ ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เป็นต้น กฎหมายบางประเภทก็มีผลบังคับใช้ กับบุคคลโดยทั่วไป บางประเภทก็มีผลบังคับใช้เฉพาะประชาชนที่อยู่ในเขตท้องที่นั้นๆ กฎหมายที่มีความสำคัญบังคับใช้กับบุคคลทั่วไปย่อมมีความสำคัญมากกว่ากฎหมายที่มีผลบังคับใช้เฉพาะประชาชนที่อยู่ในเขตท้องที่นั้นๆ ซึ่งเรียกลักษณะนี้ว่า ลำดับศักดิ์ของกฎหมาย ศักดิ์ของกฎหมายไทย มีดังนี้

  1. ลำดับศักดิ์ของกฎหมายไทย
  2. ประโยชน์การจัดลำดับศักดิ์ของกฎหมาย
    ลำดับศักดิ์ของกฎหมายไทย
    การจัดลำดับฐานะหรือความสูงต่ำของกฎหมาย โดยมีหลักในการตีความว่า กฎหมายที่มีศักดิ์ต่ำกว่า คือ มีลำดับชั้นต่ำกว่าจะขัดหรือแย้งต่อกฎหมายที่มีศักดิ์สูงกว่า หรือมีลำดับชั้นสูงกว่ามิได้ ดังนั้นกฎหมายที่มีศักดิ์หรือลำดับชั้นต่ำกว่าหรืออาจเรียกอีกอย่างว่ากฎหมายลูก จะต้องออกหรือตราออกมาให้มีข้อความสอดคล้องกับกฎหมายที่มีลำดับศักดิ์สูงกว่า ซึ่งเป็นกฎหมายแม่ให้อำนาจกฎหมายลูกไว้ หากบัญญัติออกมามีข้อความขัดแย้งหรือฝ่าฝืนบทบัญญัติของกฎหมายแม่แล้ว จะมีผลให้กฎหมายลูกที่มีศักดิ์ต่ำกว่าใช้บังคับมิได้ ดังนั้น ศักดิ์ของกฎหมายจึงหมายถึง ลำดับฐานะหรือความสูงต่ำของกฎหมายที่มีความสำคัญสูงกว่าหรือต่ำกว่ากัน การจัดแบ่งลำดับชั้นของกฎหมายไทยสามารถจัดแบ่งลำดับชั้น ออกเป็น 7 ประเภท ดังนี้
  3. รัฐธรรมนูญ เป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ กฎหมายใดขัดแย้งไม่ได้ โดยจะมีเนื้อหาเกี่ยวกับการใช้อำนาจอธิปไตย ความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันการเมือง สิทธิเสรีภาพของประชาชน
  4. พระราชบัญญัติ ประมวลกฎหมาย เป็นกฎหมายที่รัฐสภาตราขึ้น
  5. พระราชกำหนด เป็นกฎหมายที่พระมหากษัตริย์ทรงตราขึ้นตามคำแนะนำของคณะรัฐมนตรีตามบท บัญญัติในรัฐธรรมนูญใช้ในกรณีจำเป็นรีบด่วนหรือเรื่องที่จะรักษาความมั่นคงในทางเศรษฐกิจ ความปลอดภัยของประเทศ แต่ต้องเสนอต่อรัฐสภาโดยเร็ว
  6. พระราชกฤษฎีกา เป็นกฎหมายที่ตราขึ้นโดยพระมหากษัตริย์ตามคำแนะนำของคณะรัฐมนตรี เพื่อกำหนดรายละเอียดตามพระราชบัญญัติที่กำหนดไว้
  7. กฎกระทรวง เป็นกฎหมายที่รัฐมนตรีตราขึ้นผ่านคณะรัฐมนตรีเพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติหรือพระราชกำหนด
  8. ข้อบังคับหรือข้อบัญญัติ เป็นกฎหมายขององค์กรปกครองท้องถิ่น เช่น เทศบาล กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา เป็นต้น
  9. ประกาศคำสั่ง เป็นกฎหมายเฉพาะกิจ เช่น พระบรมราชโองการ ประกาศคณะปฎิวัติ คำสั่งหน่วยงานราชการ เป็นต้น
    ประโยชน์การจัดลำดับศักดิ์ของกฎหมาย
    การจัดลำดับศักดิ์ของกฎหมายก็เพื่อประโยชน์ในการเริ่มต้นจัดทำร่างกฎหมายว่ากฎหมายประเภทนี้ระดับใดเป็นผู้จัดทำร่างเพื่อตราและประกาศใช้บังคับ นอกจากนี้ยังทำให้ผู้ใช้กฎหมายทราบลำดับชั้นของกฎหมายที่ใช้อยู่ว่าประเภทใด หรือฉบับใดมีศักดิ์และความสำคัญสูงกว่ากัน สามารถพิจารณาตรากฎหมายฉบับใหม่เพื่อแก้ไข เพิ่มเติม หรือยกเลิกฉบับเดิมได้ตามศักดิ์ของกฎหมาย รวมทั้งกรณีมีปัญหาในการวินิจฉัยและตีความกฎหมาย โดยยึดหลักว่ากฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ขณะนั้นต้องให้กฎหมายที่มีศักดิ์ระดับเดียวกันหรือสูงกว่ามาแก้ไขเพิ่มเติมหรือยกเลิก จึงจะมีผลบังคับได้ตามกฎหมาย

ข่าว-สมหมาย ศรีสมุทร นสพ.STNEWS

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ชมรมสื่อโซเชียลประเทศไทย
095-342-168