!โซเชี่ยล รุกเป็นไฟ 4 สว.ตัวตึงระดับประเทศจังหวัดกำแพงเพชร ฟาดกลับ นักกฏหมายอิสระ และอดีต สว.นักกฏหมาย ด้อยค่า ทนายธีรยุทธ ร้องทักษิณครอบงำ ล้มล้างการปกครอง

สำนักงานข่าวหนังสือพิมพ์STNEWSรายงานวันที่ 14 ตุลาคม 2567 โซเชี่ยล ร้อนระอุทะลุองศาแตก นายวีรพัฒน์ ปริยวงศ์ นักกฏหมายอิสระ อดีตที่ปรึกษา นายพงษ์เทพ เทพกาญจนา อดีตรัฐมตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พรรคเพื่อไทย “วีรพัฒน์” ด้อยค่า นายธีรยุทธ สุวรรณเกษร ทนายอิสระ จบปริญญาตรี คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคําแหง ประกอบวิชาชีพทนายความมา 24 ปี ผลงานที่คนไทยรู้จัก มือยื่นยุบพรรคก้าวไกล “ล้มล้างการปกครอง ”กรณีเสนอแก้ไข มาตรา 112 ถูกนายวีรพัฒน์ ออกรายการสื่อหลายรายการ กล่าวหาและด้อยค่า นักร้องหลายคนและทนายธีรยุทธ กรณีหอบหิ้วเอกสารกว่า 5 พันหน้า ร้องศาลรัฐธรรมนูญ 6 ประเด็น กล่าวหา “ทักษิณ ชินวัตร ”อดีตนายกรัฐมนตรี และพรรคเพื่อไทย เลิกการกระทำที่เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพ นำไปสู่การล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49 “ทนายธีรยุทธ”ใช้สิทธิตรวจสอบผู้ใช้อำนาจ กลับถูกกล่าวหาว่าไร้สาระ

ด้อยค่าผู้ร้องที่ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ ศิษย์พี่ร่วมสถาบัน ทนไม่ไหว นายธนทัต ประเสริฐนู (สิงห์ทอง รัฐศาสตร์ รามคำแหง) นายสุทัศน์ ชัยกิตติเถกิงเดช นายรชต นางสาวพัชรินทร์ ปู่สุข 4 สว.ตัวตึงระดับประเทศจังหวัดกำแพงเพชร ผู้รักความยุติธรรม ออกมาตอบโต้ “วีรพัฒน์”ทนายอิสระ ที่มีพฤติกรรม จาบจ้วงโจมตีศาลรัฐธรรมนูญ ว่าเป็นเครื่องมือ กลุ่มผู้ร้องและพรรคการเมือง กล่าวหา ด้อยค่าว่า ทนายธีรยุทธ ลงสมัครรับเลือกตั้งกี่ครั้งก็แพ้เลือกตั้ง“ ”4 สว.“ระดับประเทศจังหวัดกำแพงเพชร.ตัวตึง ทนไม่ไหวทำคลิปตอบโต้ กรณี “วีรพัฒน์” ดูถูกว่า ทนายธียุทธ ลงสมัครรับเลือกตั้ง สส.สอบตกตลอด นายธนทัต ศิษย์พี่รามคำแหง ฟาดกลับแรง การเลือกตั้ง ทุกระดับ อบต.เทศบาล อบจ.สส.สว.มีการจัดตั้ง ซื้อเสียง โซเชี่ยล ต่างแสดงความเห็นกันเป็นจำนวนมาก แพลตฟอร์ม TikTok สิงห์ทอง นามปากกาของนายธนทัต ประเสริฐนู สว.กลุ่ม 18 สื่อมวลชน มีคนติดตามนับแสนคน ต่างแสดงความคิดเห็นไปในแนวทาง กลุ่ม 4 สว.ตัวตึง จังหวัดกำแพงเพชร กล่าวคือ กรณีนายธีรยุทธ สุวรรณเกษร ทนายความอิสระผู้ร้องในฐานะประชาชน ยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญโปรดวินิจฉัยสั่งการนายทักษิณ ชินวัตร ผู้ถูกร้องที่ 1 และพรรคเพื่อไทย ผู้ถูกร้องที่ 2 เลิกการกระทำที่เป็นการใช้สิทธิและเสรีภาพอันจะนำไปสู่การล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ปาเป็นสิทธิชอบธรรม พฤติกรรมของ“นายวีรพัฒน์ ” ใครแตะรัฐบาลพรรคเพื่อไทยและนายทักษิณ ชินวัตร ทนายอิสระ จะออกมาตอบโต้ ชี้นำทางสังคมทุกครั้ง กลุ่ม สว.ระดับประเทศจังหวัดกำแพงเพชร ไม่ทน มีการทำคลิปตอบโต้ ”นายวีรพัตน์“ มีคนเข้ามาดู แชร์ นับแสน กลุ่ม สว.20 กลุ่มอาชีพ ประมาณ 2,000 คน ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับคลิป สิงห์ทอง
โดยสรุปสาระสำคัญดังนี้
- ผู้ถูกร้องที่ 1 ได้รับพระราชทานพระมหากรุณาอภัยลดโทษให้นักโทษเด็ดขาดชาย ทักษิณ ชินวัตร เหลือโทษจำคุกต่อไปอีก 1 ปี โดยพบว่าผู้ถูกร้องที่ 1 ใช้พรรคผู้ถูกร้องที่ 2 เป็นเครื่องมือควบคุม การบริหารราชการแผ่นดินสั่งการรัฐบาลผ่านกระทรวงยุติธรรม กรมราชทัณฑ์ โรงพยาบาลตำรวจ ให้เอื้อประโยชน์แก่ผู้ถูกร้องที่ 1 ให้เอื้อประโยชน์แก่ผู้ถูกร้องที่ 1 ระหว่างต้องโทษจำคุกได้พักอาศัยอยู่ห้องพัก ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อไม่ต้องรับโทษอยู่ในเรือนจำแม้แต่วันเดียว
เป็นการฝ่าฝืนไม่น้อมรับโทษจำคุกในเรือนจำตามพระบรมราชโองการ การกระทำของผู้ถูกร้องที่ 1 เป็นการกระทำที่ไม่บังควรอย่างยิ่ง ทำให้ระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาทและหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ส่งผลให้เกิดการเซาะกร่อน บ่อนทำลายพระเกียรติยศของสถาบันพระมหากษัตริย์ในที่สุด
- ผู้ถูกร้องที่ 1 มีพฤติกรรมฝักใฝ่คบหาร่วมคิดกับสมเด็จฯฮุน เซน ซึ่งเป็นผู้นำทางการเมืองประเทศกัมพูชา ซึ่งมีระบบการปกครองที่ฝ่ายการเมืองมีอำนาจเหนือสถาบันพระมหากษัตริย์ และผู้ถูกร้องที่1 มีพฤติการณ์เป็นเจ้าของ ผู้ครอบครอง ผู้ครอบงำ และ เป็นผู้สั่งการผู้ถูกร้องที่ 2 เป็นเครื่องมือควบคุมการบริหารราชการแผ่นดินสั่งการรัฐบาลให้เอื้อประโยชน์กับสมเด็จฯฮุน เซน ให้ประเทศกัมพูชาละเมิดอธิปไตยทางทะเลของไทย โดยให้มีการเจรจาพื้นที่ที่ฝ่ายกัมพูชาอ้างว่าเป็นเขตพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล (MOU 2544) เพื่อแบ่งผลประโยชน์ก๊าซธรรมชาติ และทรัพยากรใต้ทะเลในเขตอธิปไตยทางทะเลของไทยให้แก่ประเทศกัมพูชา
- ผู้ถูกร้องที่ 1 สั่งการให้ผู้ถูกร้องที่ 2 ร่วมมือเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญกับพรรคประชาชนซึ่งเป็นพรรคที่ก่อตั้งโดยกลุ่มการเมือง (พรรคก้าวไกลเดิม) ที่ต้องคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 3/2567 ว่ามีพฤติการณ์ล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และผู้ถูกร้องที่ 1 มีพฤติการณ์เป็นเจ้าของ ผู้ครอบครอง ผู้ครอบงำ และ เป็นผู้สั่งการ ให้ผู้ถูกร้องที่ 2 เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อเอื้อประโยชน์ต่อผู้ถูกร้องที่ 1 และพวก
4.ผู้ถูกร้องที่ 1 มีพฤติการณ์เป็นเจ้าของ ผู้ครอบครอง ผู้ครอบงำ และเป็นผู้สั่งการแทน ผู้ถูกร้องที่ 2 ในการเจรจากับแกนนำพรรคการเมืองอื่นที่ร่วมรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี เพื่อหารือการเสนอบุคคลผู้สมควรเป็นนายกฯคนใหม่ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2567 ที่บ้านพักส่วนตัวของผู้ถูกร้องที่ 1 (บ้านจันทร์ส่องหล้า)
- ผู้ถูกร้องที่ 1 มีพฤติการณ์เป็นเจ้าของ ผู้ครอบครอง ผู้ครอบงำ และ เป็นผู้สั่งการ ให้ผู้ถูกร้องที่ 2 มีมติขับพรรคพลังประชารัฐออกจากพรรคร่วมรัฐบาลโดยผู้ถูกร้องที่ 2ยินยอมกระทำการตามที่ ผู้ถูกร้องที่ 1 สั่งการ
- ผู้ถูกร้องที่ 1 มีพฤติการณ์เป็นเจ้าของ ผู้ครอบครอง ผู้ครอบงำ และ เป็นผู้สั่งการให้ผู้ถูกร้องที่ 2 ซึ่งเป็นพรรคแกนนำรัฐบาล ให้นำนโยบายของผู้ถูกร้องที่ 1 ที่แสดงวิสัยทัศน์ไว้เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2567 ไปดำเนินการให้เป็นนโยบายคณะรัฐมนตรีที่แถลงต่อรัฐสภาในวันที่ 12 กันยายน 2567
จึงขอศาลรัฐธรรมนูญโปรดพิจารณาวินิจฉัยสั่งการตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 วรรคสอง ดังนี้
1.ให้นายทักษิณ ผู้ถูกร้องที่ 1 เลิกกระทำการใช้พรรคผู้ถูกร้องที่ 2 เป็นเครื่องมือกระทำการอันเป็นการเซาะกร่อนบ่อนทำลายพระเกียรติยศของสถาบันพระมหากษัตริย์
2.ให้ผู้ถูกร้องที่ 1 เลิกกระทำการเป็นเจ้าของ ผู้ครอบครอง ผู้ครอบงำ และเป็นผู้สั่งการการดำเนินงานของพรรคผู้ถูกร้องที่ 2
3.ให้ผู้ถูกร้องที่ 1 เลิกใช้พรรคผู้ถูกร้องที่ 2เป็นเครื่องมือควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน สั่งการรัฐบาลให้ดำเนินการตามความต้องการของผู้ถูกร้องที่ 1
4.ให้ผู้ถูกร้องที่ 1 เลิกกระทำการใช้พรรคผู้ถูกร้องที่ 2 เป็นเครื่องมือเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการที่มิได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้
5.ให้พรรคเพื่อไทย ผู้ถูกร้องที่ 2 เลิกยินยอมให้ผู้ถูกร้องที่ 1 ใช้เป็นเครื่องมือกระทำการอันเป็นการเซาะกร่อนบ่อนทำลายพระเกียรติยศของสถาบันพระมหากษัตริย์
6.ให้ผู้ถูกร้องที่ 2 เลิกยินยอมให้ผู้ถูกร้องที่ 1ใช้เป็นเครื่องมือกระทำการเป็นเจ้าของ ผู้ครอบครอง ผู้ครอบงำ และเป็นผู้สั่งการ การดำเนินงานของพรรคผู้ถูกร้องที่ 2
7.ให้ผู้ถูกร้องที่ 2 เลิกยินยอมให้ผู้ถูกร้องที่ 1ใช้พรรคผู้ถูกร้องที่ 2 เป็นเครื่องมือควบคุมการบริหารราชการแผ่นดินสั่งการรัฐบาลให้ดำเนินการตามความต้องการของผู้ถูกร้องที่1
8.ให้ผู้ถูกร้องที่ 2 เลิกยินยอมให้ผู้ถูกร้องที่ 1ใช้เป็นเครื่องมือเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการที่มิได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้ ผู้ร้องได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ประกอบด้วยคำร้อง 65 หน้า และเอกสารประกอบอีกจำนวน 443 แผ่น รวมคำร้องและเอกสารประกอบชุดละ 508 แผ่น จำนวน 10 ชุด รวมเอกสารทั้งสิ้น 5,080 แผ่น ประเด็นที่น่าสนใจก็คือ หากศาลรัฐธรรมนูญรับเรื่องไว้พิจารณา และมีคำวินิจฉัย ตามคำร้อง ก็อาจเป็นเงื่อนไข “ครอบงำพรรค” นำไปสู่การยื่น “ยุบพรรค” ต่อไป หรือไม่
ส่วนว่าใครอยู่เบื้องหลัง แกนนำรัฐบาลบางคนออกมา ชี้เป้าว่า พรรคที่มีชื่ออยู่ในคำร้อง นั่นเอง อะไรไม่สำคัญ เท่ากับ นายสุทัศน์ กิตติชัยเถกิงเดช นักกฎหมายอิสระ ออกมา “เติมฝัน” คำร้องทั้ง 6 ข้อ และถือเป็นการให้ความรู้ด้านกฎหมายกับประชาชน ไม่เกี่ยวกับฝ่าย ผู้ร้อง “นายสุทัศน์” ชี้เป้า สำนวนคำร้อง เหมือนคดีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ กับพรรคก้าวไกล ข้อกล่าวหารณรงค์หาเสียงแก้ไข มาตรา 112 ข้อเท็จจริงนั้น ชัดเจนคล้ายกัน ลักษณะเดียวกัน เพราะกระทบต่อสถาบันพระมหากษัตริย์โดยตรง และศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยคดีที่แกนนำม็อบสามนิ้ว ปราศรัยที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตรงกันกับคำวินิจฉัยที่ 3/2567 ว่ามีพฤติการณ์ เซาะกร่อนบ่อนทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ ฯลฯ มาถึงความเห็นทางกฎหมายต่อคำร้อง 6 ข้อ

นายสุทัศน์ ชี้ว่า ประเด็นที่ 1 การสั่งการระหว่าง นายทักษิณกับพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นนิติบุคคล เป็นเรื่องพิสูจน์ วิญญูชนรับรู้เป็นที่ประจักษ์ นายทักษิณ และ อุ๊งอิ๊ง ไม่เคยออกมาตอบโต้ หรือโต้แย้ง ความเคลือบแคลงและสงสัยของสังคม การย้ายที่คุมขังเพราะเหตุป่วย สังคมสงสัย ถึงจะดุลพินิจอธิบดีกรมราชทัณฑ์และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ว่าจะไปคุมขังนักโทษรักษาตัวในบริเวณใด ควรจะไปรักษา สถานที่ใด ผลสอบกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมาเป็นหลักฐาน องค์ประกอบ ประจักษ์พยาน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ซึ่งเป็นพยานบุคคลสำคัญ และมีฉายา วีระบุรุษ นาแก“ นายตำรวจตงฉิน วิญญูชน ทั้งประเทศรับรู้รับทราบ


ประเด็นที่ 4 การที่หัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคการเมือง ร่วมรัฐบาล”เศรษฐา“เข้าไปบ้านจันทร์ส่องหล้า สื่อมวลชน จับภาพรถเข้า-ออกบ้านจันทร์ส่องหล้า รับรู้ ได้เห็นเป็นประจักษ์ เพราะนายทักษิณ ยังมีสถานะเป็นนักโทษที่ได้รับการพักโทษ แต่มีอิทธิพลการเลือกนายกรัฐมนตรี ผู้นำสูงสุดของประเทศ
ประเด็นที่ 5 ที่ว่าพฤติการณ์เป็นเจ้าของ ผู้ครอบครอง ผู้ครอบงำ และเป็นผู้สั่งการให้พรรคเพื่อไทยมีมติขับพรรคพลังประชารัฐ ออกจากพรรคร่วมรัฐบาล ”นายสุทัศน์“กล่าวว่า นายทักษิณ ให้สัมภาษณ์ ถึงคนในป่า หลายครั้ง ให้หยุด อายุมากแล้ว พักผ่อนได้แล้ว สื่อมวลชน ทุกแขนง นำเสนอข่าว“ ทักษิณ” ขับพรรคพลังประชารัฐ ไม่ให้ร่วมรัฐบาล อย่างต่อเนื่อง การแถลงข่าวร่วมรัฐบาล กับมีภาพชูมือพรรคร่วมรัฐบาลชุดเดิมอยู่ครบ พรรคพลังประชารัฐถูกหลอกให้โหวตลงคะแนน ให้บุตรสาว นายทักษิณ เป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 31
ประเด็นที่ 6 มีพฤติการณ์เป็นเจ้าของ ผู้ครอบครอง ผู้ครอบงำ และเป็นผู้สั่งการให้ผู้ถูกร้องที่ 2 ซึ่งเป็นพรรคแกนนำรัฐบาล ให้นำนโยบายของผู้ถูกร้องที่ 1 ซึ่งแสดงวิสัยทัศน์ไว้เมื่อ 22 ส.ค. ไปดำเนินการให้เป็นนโยบายคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่แถลงต่อรัฐสภาเมื่อ 12 ก.ย.นั้น “นายสุทัศน์”มองว่า ประเด็นนี้ ยิ่งเป็นประจักษ์พยาน นายทักษิณ ให้สัมภาษณ์ หนังสือพิมพ์ทุกฉบับ พาดหัวข่าว ทักษิณ ครอบครองพรรค การแถลงนโยบายของรัฐบาลอุ๊งอิ๊ง เหมือน นายทักษิณ แสดงวิสัยทัศน์

แน่นอน, ความเห็น “นายสุทัศน์” ยังไม่ใช่ข้อยุติในเรื่องนี้ หากแต่อยู่กับศาลรัฐธรรมนูญจะรับเรื่องหรือไม่ และถ้ารับไว้พิจารณา มีคำวินิจฉัยอย่างไร จึงเป็นที่สุด แต่อย่างน้อย ก็ได้ความกระจ่างด้านกฎหมายพอสมควร จากนายสุทัศน์ สว.ระดับประเทศจังหวัดกำแพงเพชร นักกฏหมายอิสระ กล่าวว่า กรรมอยูที่พฤติกรรม แสดงออกทางสังคม วิญญูชน รับทราบเล็งเห็นถึงพฤติกรรม นายทักษิณ ชินวัตร
นอกจากกระแสที่กำลังเขย่าบัลลังก์รัฐบาลอยู่ในเวลานี้ สุดท้าย ผลจะเป็นอย่างไร อยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะว่าอย่างไรรอเวลาพิสูจน์
ข่าว-สมหมาย ศรีสมุทร นักข่าวอาวุโสการเมือง นสพ.STNEWS เครดิตคลิป JKN TOPNEWS Nation

























































