! หมอวรงค์ ยื่นหนังสือศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ของรัฐบาล ถึงนายกรัฐมนตรี ประเทศไทย คนที่ 31ให้ตั้งกรรมการสอบสวน คณะทำงานที่วินิจฉัย “ทักษิณ” ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้

สำนักงานข่าวSTNEWSรายงานวันที่ 25 กันยายน 2567 นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี โพสต์เฟสบุ๊ค เขียนจอหมายเปิดผนึกถึงนายกอุ๊งอิ๊ง
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ได้เดินทางไปยื่นหนังสือถึงนายกอุ๊งอิ๊ง แบบเงียบๆ ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล1111 ซึ่งมีเนื้อหาดังนี้
เรื่อง ขอให้ปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ และกฎหมาย
เรียนนายกรัฐมนตรี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร
สิ่งที่ส่งมาด้วย
1.สำเนารายงานการสอบข้อเท็จจริงของผู้ตรวจการแผ่นดิน
2.คำชี้แจงของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
เนื่องจากปรากฏข้อเท็จจริงและหลักฐานว่า กรมราชทัณฑ์โดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้มีคำสั่งพักการลงโทษนักโทษเด็ดขาดนายทักษิณ ชินวัตร โดยได้รับการปล่อยตัวไปแล้วเมื่อวันที่18 กุมภาพันธ์ 2567เป็นการดำเนินการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ดังข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ดังต่อไปนี้
1.การที่กรมราชทัณฑ์โดยเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครส่งตัวผู้ต้องขังนายทักษิณ ชินวัตร ไปรักษาตัวนอกเรือนจำที่โรงพยาบาลตำรวจเมื่อวันที่23 สิงหาคม2567 และโรงพยาบาลตำรวจรับตัวไว้รักษาที่โรงพยาบาลตั้งแต่วันที่23สิงหาคม2567 ติดต่อกันเกินกว่า180วัน เป็นการไม่ชอบด้วยกฎกระทรวงการส่งตัวผู้ต้องขังไปรักษาตัวนอกเรือนจำ พ.ศ.2563 ปรากฎข้อเท็จจริงจากรายงานของผู้ตรวจการแผ่นดินที่ส่งมาตาม1ซึ่งสอดคล้องกับผลการตรวจสอบของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ตามคำแถลงที่ส่งมาตาม2
เมื่อการส่งตัวและการรับตัวนายทักษิณ ชินวัตร ไปรักษาตัวนอกเรือนจำที่โรงพยาบาลตำรวจเป็นการดำเนินการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงไม่อาจนับเวลาที่นายทักษิณ ชินวัตรอยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจ ว่ายังอยู่ในการคุมขังตามมาตรา55วรรคสามของพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ.2560 ได้ จึงไม่อาจถือว่านายทักษิณ ชินวัตร ได้รับโทษมาแล้วครบหกเดือน ไม่อยู่ในเกณฑ์ที่จะได้รับการพักการลงโทษ
2.นายทักษิณ ชินวัตร มิได้เป็นผู้ต้องขังที่มีอายุเกิน70ปีที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้หรือช่วยเหลือได้น้อย เนื่องจากหลังจากได้รับการปล่อยตัว ปรากฏเป็นที่ประจักษ์แก่สาธารณชนว่า นายทักษิณ ชินวัตร ได้ออกจากบ้านไปทำกิจกรรมส่วนตัว กิจกรรมทางสังคมและกิจกรรมทางการเมือง เช่นบุคคลปกติทั่วไป ไม่มีอาการของการเป็นบุคคลที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้หรือช่วยเหลือได้น้อยแต่อย่างใด ทั้งนี้ท่านนายกรัฐมนตรีก็คงได้ประจักษ์แก่ตนเองอย่างชัดแจ้งว่านายทักษิณ ชินวัตร ผู้ซึ่งเป็นบิดาหาใช่บุคคลที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้หรือช่วยเหลือตัวเอง
ได้น้อยแต่อย่างใดไม่
3.ด้วยข้อเท็จริงตาม1 และตาม2 จึงเป็นที่ชัดแจ้งว่า การส่งตัวนายทักษิณ ชินวัตรไปรักษาตัวนอกเรือนจำที่โรงพยาบาลตำรวจ การรับตัวนายทักษิณชินวัตรไว้รักษาตัวเกินกว่าร้อยแปดสิบวัน การให้ความเห็นว่านายทักษิณ ชินวัตรเป็นบุคคลที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ และการมีคำสั่งให้นายทักษิณ ชินวัตรได้รัการพักการลงโทษ เป็นคำสั่งทางปกครองที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จากการดำเนินการที่มิชอบด้วยกฎหมายของเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีอำนาจหน้าที่ คือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ปลัดกระทรวงยุติธรรม
อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร คณะทำงานที่วินิฉัยว่า นายทักษิณ ชินวัตรเป็นบุคคลที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้หรือช่วยเหลือได้น้อย แพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ แพทย์ผู้รักษา
โดยที่คณะรัฐมนตรีต้องปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมายและหลักนิติธรรม ตามที่บัญญัติไว้ตามมาตรา3 และรัฐต้องดูแลให้มีการ
ปฏิบัติตามและบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดตามที่บัญญัติในมาตรา53 แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และเนื่องจากนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้ารัฐบาลมีอำนาจกำกับโดยทั่วไปซึ่งการบริหาราชการแผ่นดินตามที่บัญญัติไว้ตามมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดินพ.ศ.2534
เพื่อให้นายกรัฐมนตรีได้ปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญดังกล่าว จึงเรียนมายังนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้ารัฐบาลเพื่อดำเนินการ ดังนี้
(1)สั่งการให้กระทรวงยุติธรรม และกรมราชทัณฑ์ ดำเนินการให้มีการยกเลิกคำสั่งพักการลงโทษ นายทักษิณ ชินวัตร เนื่องจากเป็นคำสั่งทางปกครองที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัตรราชการทางปกครอง พ.ศ.2539
(2)สั่งให้มีการสอบสวนเพื่อดำเนินการทางวินัยกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่ปฏิบัติหน้าที่ส่งตัวนายทักษิณ ชินวัตรไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจและรับตัวนายทักษิณชินวัตรไว้รักษา และ เจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีส่วนในการออกคำสั่งพักการลงโทษนายทักษิณ ชินวัตร โดยมิชอบตามข้อ3
จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา
ขอแสดงความนับถืออย่างสูง
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม
































