“ชวน หลีกภัย ”หนึ่งเดียวประเทศไทย ของแท้ แจ้งอัยการ คดีทักษิณ ฟ้องหมิ่นประมาท เหลือ 3 วันหมดอายุความ รีบส่งฟ้องผมโดยเร็วไว กลัวขบวนการยุติธรรมเสียหาย ไม่ศักดิ์สิทธิ

“คอลัมน์ จูกัดเหลียง ” นายทักษิณ ชินวัตร ขณะหนีคดีอาญาแผ่นดิน หลายคดีความ พำนักอยู่ต่างประเทศ เซ็นมอบอำนาจให้ทนายความ เป็นโจทก์ฟ้อง นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี ขณะดำรงตำแหน่งประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ ข้อหาหมิ่นประมาท พฤติกรรมนายทักษิณ พล่ำพูดตลอดเวลา เคาพขบวนการยุติธรรม เคารพความเสมอภาค เคารพเสียงส่วนใหญ่ เคารพประชาธิปไตย แต่พฤติกรรมแท้จริง ตรงกันข้ามทุกอย่างที่นายทักษิณ พล่ำบอก ผิดกับนายชวน หลีกภัย อายุความดำเนินคดีข้อหาหมิ่นประมาท ถูกนายทักษิณ ฟ้องปิดปาก คดีหมิ่นประมาท อายุไกบ้หมดอายุความของคดีกับเรียกร้องให้อัยการรีบสั่งฟ้อง เหลือ3 วันคดีจะหมดอายุความ ทักษิณ ของปลอม ”ชวน ของแท้“ คนไทย ความรู้ ป.ตรี-ป.เอก รู้เท่าทันเกมส์ของทักษิณ จึงเกลียดทักษิณ คนที่มีการศึกษาต่ำกว่า ปริญญา บอกว่ารู้ว่าทักษิณ เป็นคนไม่ดี แต่ ถึงเขาหลอก แต่เต็มใจให้หลอก ทักษิณ โกง ยังนำเงินมาแบ่งปันชาวบ้าน โครงการจำนำข้าว 15,000 บาท ส่วมรวมประเทศชาติฉิบหาย ช่างมัน
ชวน” แจงให้อัยการสั่งฟ้องตัวเอง ปมคดี “ทักษิณ” เหตุคดีกำลังจะหมดอายุความ หวั่นทำองค์กรอัยการ-ตำรวจเสื่อมเสีย ย้ำความรุนแรงกรือเซะ-ตากใบ เกิดจากการบริหารผิดพลาด
เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2565 นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา กล่าวถึงกรณีมอบหมายให้นายราเมศ รัตนะเชวง เลขานุการประธานรัฐสภา เป็นทนายความติดตามคดีที่ถูก นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ฟ้องร้องฐานหมิ่นประมาท กรณีบรรยายพาดพิงเกี่ยวกับความรุนแรงในเหตุการณ์กรือเซะ-ตากใบ เมื่อปี 2555 ว่า คดีดังกล่าวจะหมดอายุความในวันที่ 28 ตุลาคมนี้ แต่คดียังอยู่ที่สถานีตำรวจยังไม่มีหมายเรียกมาถึงตน
นายชวนกล่าวต่อว่า ดังนั้น ถ้าตนต้องรอหมาย คดีอาจจะขาดอายุความได้ และจะส่งผลให้ตำรวจและอัยการเสียหาย ส่วนตัวถือหลักว่าทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเท่าเทียมกัน จึงได้ขอให้นายราเมศประสานตำรวจและอัยการ และขอให้อัยการดำเนินการฟ้องร้องตนเองเพื่อไม่ให้อายุความขาด และเมื่อตนถูกกล่าวหาก็มีหน้าที่สู้คดีไปตามกระบวนการ ทำให้ขณะนี้อัยการมีการสั่งฟ้องเป็นที่เรียบร้อย และได้มีการพิมพ์ลายนิ้วมือในฐานะผู้ถูกกล่าวหาแล้ว ส่วนกรณีหมายเรียกรับทราบข้อกล่าวหาที่ยังไปไม่ถึงตนนั้น เพิ่งได้รับรายงานเมื่อสักครู่ที่ผ่านมา ว่าหมายดังกล่าวเพิ่งไปถึง จ.ตรังแล้ว
นายชวนกล่าวด้วยว่า สิ่งสำคัญที่สุดในระบอบประชาธิปไตย ทุกคนต้องเคารพกฎหมาย และทุกคนต้องรับผิดชอบ ตนเป็นคนพูดอะไรพูดตรง ไม่พูดอะไรที่ไม่จริง และเมื่อพูดแล้วก็ต้องรับผิดชอบกับคำพูด เมื่อมีคดีเกิดขึ้นก็ต้องว่าไปตามกฎหมาย
เมื่อถามว่า ยังยืนยันที่เกิดขึ้นกรณีกรือเซะ-ตากใบ เป็นความผิดพลาดของรัฐบาลในขณะนั้นจริงอยู่หรือไม่ นายชวนกล่าวว่า เรื่องที่ฟ้องร้องเป็นเรื่องจากสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นนโยบายการแก้ไขปัญหาในสมัยมีการใช้คำพูดเรียกว่าโจรกระจอก ซึ่งเป็นสิ่งที่ตนยืนยันหลายครั้ง ว่าเป็นความผิดพลาดที่นำไปสู่ความสูญเสียครั้งสำคัญจนมาถึงทุกวันนี้ แต่ทั้งหมดเนื่องจากเมื่อเป็นคดีความแล้ว ก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของคดี ล่าสุด 26 มีนาคม 2567 ศาลอาญากรุงเทพใต้ ถ.เจริญกรุง ศาลได้มีคำพิพากษายกฟ้องนายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี ในคดีที่นายชวนถูกนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ฟ้องคดีหมิ่นประมาท หมายเลขดำ อ.1590/2565 ที่พนักงานอัยการ สำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ 1 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายชวน ป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาท นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อปี 2555
อัยการโจทก์ ระบุฟ้องพฤติการณ์ความผิด สรุปว่า เมื่อวันที่ 28 ต.ค. 2555 เวลากลางวัน นายชวน จำเลย หมิ่นประมาท นายทักษิณ ระหว่างการบรรยายในงานเปิดงานโรงเรียนการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์ โดยมีข้อความเป็นการใส่ความผู้เสียหายทำนองว่า
“รูปแบบการปกครองทุกอย่างต้องพัฒนาไปข้างหน้า แต่ต้องยอมรับว่า รูปแบบการปกครองของประเทศไทยให้โอกาสมาก บ้านเมืองจะเปลี่ยนแปลงไปเป็นสิ่งที่เราต้องทำ คนไทยมีศักยภาพ แต่เรามีจุดอ่อนที่นักการเมืองโกง ซึ่งมาจากธุรกิจการเมืองและอุปสรรคของประชาธิปไตย คือ การยึดอำนาจระบอบประชาธิปไตย อำนาจประชาธิปไตยจะใช้ผ่านองค์กร สถาบันทั้งนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร และตุลาการ โดยมีการคานอำนาจซึ่งกันและกัน แต่เมื่อบ้านเมืองมีปัญหาจึงเกิด องค์กรอิสระขึ้นมา เช่น คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) คณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) แต่เมื่อระบบทักษิณเกิดขึ้นก็ใช้วิธีการนอกกฎหมาย”
สําหรับปัญหาใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ปัจจุบัน เป็นเพราะนโยบายของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ประกาศว่า จะแก้ไขปัญหาใน 3 จังหวัด ชายแดนภาคใต้ให้หมดภายใน 3 เดือนนั้น ทั้งที่ขณะนั้นไฟใต้มอดแล้ว ในสมัยที่ตนเป็นนายกรัฐมนตรี แต่เมื่อนายทักษิณ เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี กลับใช้คำว่า “โจรกระจอก” และมียกเลิกศูนย์อำนวยการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้(ศอ.บต.) หันมาใช้นโยบาย “ฆ่าหมดก็จบตรงนี้คือที่มาของการนองเลือดในปัจจุบันนี้…”
โดยคำพูดต่างๆ ของนายชวน จำเลย ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง จึงขอให้ศาลพิพากษาลงโทษ จำเลยตามความผิดด้วย
นายชวนได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวหลังรับฟังคำพิพากษานานกว่า 1 ชั่วโมงโดยกล่าวถึงสาเหตุที่ศาลยกฟ้องว่าเป็นการวิพากษ์วิจารณ์ ในฐานะที่เป็นนักการเมือง เคยเป็นอดีตนายกรัฐมนตรี มีสิทธิที่จะวิจารณ์เหตุการณ์ที่ได้ประสบมา

นายชวนกล่าวต่อไปว่าในสำนวน มีการสืบพยานที่มาของคำพูด เช่น การฆ่าตัดตอน การฆ่าทิ้ง จัดการได้เดือนละ 10 คน 2 เดือนก็หมด โดยมีอดีตรองแม่ทัพภาค 4 มาเบิกความให้ โดยเป็นคนเดียวที่อยู่ในการประชุมวันที่ 8 เม.ย. 2544 ที่นายทักษิณ เป็นนายกรัฐมนตรี และไปประชุมอันเกิดจากวันที่ 7 เม.ย. เกิดเหตุระเบิดที่สถานีรถไฟหาดใหญ่ และวันที่ 8 เม.ย. คือวันที่ให้นโยบายว่า “คนร้ายมีไม่เกิน17-18 คน ที่เป็นหัวโจก จัดการเดือนละ 10 คน 2 เดือนก็หมด” และนี่คือที่มาของปัญหาภาคใต้ ที่เกิดจากนโยบายดังกล่าวนี้ และได้มีการส่งตำรวจเข้าไปเก็บ เพราะในคำสั่งดังกล่าวดังกล่าวนั้นระบุว่า จัดการได้เดือนละ 10 คน สองเดือนก็หมด และเชื่อว่าตำรวจทำได้ ไม่พึ่งทหาร
“อดีตรองแม่ทัพภาค 4 มีการบันทึกถ้อยคำเอาไว้แล้ว ถือว่าเป็นอีกบุคคลที่กล้ามาเบิกความ และเป็นคนเดียวในวันดังกล่าวที่กล้าติงในทำนองที่ไม่เห็นด้วย ซึ่งหากเชื่อภาคใต้เราคงไม่นองเลือดแบบทุกวันนี้ ผลจากวันนั้นคือที่มาของเหตุการณ์ 4 ม.ค. 2547 ที่เกิดเหตุการณ์ปล้นอาวุธปืนค่ายปิเหล็ง ได้ไปกว่า 400 กระบอก และที่ปล้นฆ่ายิงกันทุกวันนี้ ส่วนหนึ่งก็มาจากปืนที่ปล้นไปในวันนั้น ซึ่งเป็นที่มาของเหตุร้ายจนมีคนที่เสียชีวิตกว่า 7,500 คน” นายชวนกล่าวและย้ำว่านี่เป็นผลมาจากความผิดพลาดของนโยบาย ซึ่งความจริงแล้วนายทักษิณ เคยยอมรับว่า เขาผิดพลาดในเรื่องนี้ ดังนั้น ศาลจึงเห็นว่า ตนในฐานะนักการเมือง และมีประสบการณ์เรื่องนี้เรื่องนี้ เพราะในสำนวนปรากฏว่า ตนได้ไปเห็นด้วยตนเอง และเรื่องนี้ได้สืบพยานทั้งหมด จึงมีสิทธิที่จะวิพากษ์วิจารณ์ได้ “คอลัมน์ จูกัดเหลียง ”ขอคารวะ นายชวน หลีกภัย ขณะนั่งประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ รักษากฏหมายบ้านเมืองให้ศักดิ์สิทธิ เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับเยาวชนรุ่นหลัง ถ้าคิดว่าสิ่งที่ตนเองทำถูกต้อง ก็ไม่ต้องกลัวถูกดำเนินคดีความ สามารถพิสูจน์ความบริสุทธิ์ยุติธรรม ในขบวนการยุติธรรมประเทศไทย
ชื่อ-สกุล :
นายชวน หลีกภัย
วัน เดือน ปีเกิด :
28 กรกฎาคม 2481
การศึกษา :
- นิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
- เนติบัณฑิตไทย สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา
สถานที่ติดต่อ :
67 ถนนเศรษฐศิริแขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400
โทรศัพท์ : 0 2828 1000
โทรสาร : 0 2828 1071
e-Mail : leekpai.chuan@gmail.com
อาชีพก่อนได้รับการแต่งตั้งครั้งนี้ :
นักการเมือง
ประสบการณ์ที่สำคัญ :- ประธานสภาผู้แทนราษฎร, ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร 3 สมัย
- สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (15 สมัย) ตั้งแต่ พ.ศ. 2512
- นายกรัฐมนตรี 2 สมัย
- รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงยุติธรรม
- รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
- รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
- รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
- รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
- รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
- รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
- รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
- รองนายกรัฐมนตรี
- หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์, ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์
เครื่องราชอิสริยาภรณ์ :- มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก พ.ศ. 2525
- มหาวชิรมงกุฎ พ.ศ. 2524
- ทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ พ.ศ. 2541
- ประธานรัฐสภา พ.ศ.2562-2566
“คอลัมน์ จูกัดเหลียง ”




















