“นรต.37-นรต.47” ว่าที่ ผบ.ตร. แมวเก้าชีวิต หรือ วิบากกรรมการ เติบโตไว เลข 7 ไม่ถูกโฉลก มีทรัพย์สิน 3หมื่นล้าน อาวุโส อันดับ 1เจออาถรรพ์ เลข 7



“คอลัมน์ กิ่งก่าทอง” ว่าที่ ผบ.ตร.คนที่ 12 เต็งจ๋า พล.ต.อ. วิระชัย ทรงเมตตา นายร้อยตำรวจสามพราน (นรต. 37) รอง.ผบ.ตร.อาวุโสอันดับ 1 ขณะที่ บิ๊กต้อย ติดยศ พล.ต.ต. บิ๊กแป๊ะ ยังติดยศ พ.ต.อ. จะเห็นว่า บิ๊กต้อยขึ้นสู่ตำแหน่ง รอง ผบ.ตร.มีความอาวุโสกว่า บิ๊กแป๊ะ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา นายร้อยตำรวจสามพราน (นรต.36) อาวุโสน้อย แต่ได้แรงผลักดันจากทางฝ่ายการเมืองทำให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ขึ้นสู่ทำเนียบ ผบ.ตร.คนที่ 11 แต่ภูเขาน้ำแข็งในสำนักงานตำรวจแห่งชาติก่อก่อตัวอีกครั้ง เมื่อบิ๊กแป๊ะจะเกษียณราชการ ปี63 ทำให้ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร.1อาวุโสสูงสุด เป็นแคนดิเดต ว่าที่ ผบ.ตร.คนที่ 12 แล้วเกิดเหตุการณ์พลิกผัน พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล มีคนร้าย2คนสวมหมวกกันน็อกแบบเต็มใบ ขี่รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า คลิกสีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน รัวยิงบริเวณประตูรถ ด้านซ้าย รถยนต์เลกซัส อาร์เอ็กซ์270 สีขาว ถนนสุรวงศ์ เขตบางรัก แล้วขับรถหนี ขณะเกิดเหตุ บิ๊กโจ๊ก เพิ่งเข้าไปนวดในร้านสาริ มาสสาจ ได้ประมาณ 1ชั่วโมง หลังเกิดเหตุ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. รรท.ผบ.ตร. เนื่องจาก พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.เดินทางไปราชการต่างประเทศ รอง.ผบ.ตร.1 จะทำหน้าที่ รักษาการแทน และปฏิบัติราชการแทน หลังเกิดเหตุคนร้ายยิงรถบิ๊กโจ๊ก พล.ต.อ.วิระชัย ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ ที่เกิดเหตุ เป็นชนวนให้ บิ๊กแป๊ะอารมณ์เสีย มองว่ามีการจะเลื่อยขาเก้าอี้ ผบ.ตร.มีคลิป ถูกเผยแพร่ทางโซเชี่ยล บิ๊กแป๊ะคุยกับบิ๊กต้อย ว่าตำรวจยศพล.ต.อ. ไปฟังคำสั่ง ตำรวจยศ พล.ต.ท. หมายถึงบิ๊กโจ๊ก นำมาตั้งกรรมการสอบวินัย บิ๊กต้อยและบิ๊กโจ๊ก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เซ็นต์คำสั่งย้าย บิ๊กโจ๊ก มาเป็นที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ขาดจากตำแหน่งเดิม เป็นข้าราชการพลเรือน ส่วนบิ๊กต้อย โดนตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง คลิปพูดกับบิ๊กแป๊ะหลุด ทำให้บิ๊กต้อย เต็ง1 ว่าที่ ผบ.ตร.หลุดวงโคจร บิ๊กแป๊ะดันเพื่อนร่วมรุ่น พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข นายร้อยตำรวจสามพราน (นรต.36 ) สู่ทำเนียบ ผบ.ตร.คนที่ 12 หลังจากบิ๊กต้อย เกษียณอายุราชการ ได้มีการฟ้องร้อง บิ๊กแป๊ะ “คนคำนวน หรือจะสู้ฟ้าลิขิต” พล.ต.อ.วิระชัย ติดยศนายพล ก่อน ผบ.ตร.คนที่ 11-12 ร่ำรวยมีทรัพย์สินถึง3หมื่นล้านบาท ติดทำเนียบมหาเศรษฐีไทยลำดับที่40 แต่ไม่สามารถขึ้นสู่ผู้นำองค์กรสูงสุดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ บิ๊กต้อยกับบิ๊กโจ๊ก เส้นทาง ผบ.ตร.เหมือนกัน เติบโตรวดเร็ว ไว กว่ารุ่นพี่มาก ความที่เติบโตไว ทางอาชีพรับราชการ เหมือนเป็นดาบ 2คม ในวงการสีกากี ดาวแปดแฉก บิ๊กโจ๊ก กำลังว่ายน้ำข้ามทะเล กว่าจะถึงฝั่งฝัน คงเหนื่อยจนเลือดตาแทบกระเด็น ขณะว่ายน้ำข้ามฝั่งคงนึกถึง บิ๊กป้อมแห่งบ้านป่าลอยต่อ


พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา ชื่อเดิม สุวิระ
ทรงเมตตา
ㆍ ชื่อเล่น “ต้อย” เกิดวันเดือนเดียวกับ
พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา 19 ตุลาคม
แต่ห่างกัน 2 ปี พล.ต.อ.จักรทิพย์ เกิดปี
2502
พล.ต.อ.วิระชัย รุ่นน้อง เกิดปี 2504
เกษียณฯปี 2565
ㆍ เป็นคนจังหวัดสมุทรปราการ
เป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 37 แต่ไม่
ได้จบเตรียมทหาร (รัฐประศาสนศาสตร
บัณฑิต) , รัฐประศาสนศาสตรมหา
บัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ
Doctor of Philosophy (Development
Administration) สถาบันบัณฑิต
พัฒนบริหารศาสตร์ดีกรีดร.
เคยเป็นผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด
สมุทรปราการ ผู้บังคับการตำรวจ
ทางหลวง เป็นรองผู้บัญชาการโรงเรียน
นายร้อยตำรวจ เป็นผู้บัญชาการกอง
บัญชาการศึกษา
ประวัติรับราชการ
รองสารวัตร สถานีตำรวจภูธรอำเภอ
พระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ
ㆍ รองสารวัตรสถานีตำรวจภูธรสำโรงใต้
จังหวัดสมุทรปราการ
รองสารวัตรแผนกวินัย ตำรวจภูธรภาค
ㆍ สารวัตรสอบสวนตำรวจภูธร จังหวัด
สระบุรี
นายเวรผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล
สารวัตรแผนก 5 กองกำกับการ 3 กอง
1สารนิเทศ สำนักงานตำรวจสันติบาล
ㆍ รองผู้กำกับการ- รอง ผบก. (ทำหน้าที่
อาจารย์) ภาควิชาการบริหารงานตำรวจ
สถาบันพัฒนาข้าราชการตำรวจ กอง
บัญชาการศึกษา
.
รองผู้บังคับการอำนวยการตำรวจภูธร
ภาค 1
ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตราด
ㆍ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด
สมุทรปราการ
นายเวรผู้บัญชาการประจำสภาความ
มั่นคงแห่งชาติ
ㆍ ผู้บังคับการกองบังคับการตำรวจ
ทางหลวง
ㆍ รองผู้บัญชาการ ประจำสำนักงานผู้
บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ปี 49
รองผู้บัญชาการ ตำรวจภูธรภาค 4 ปี
50
รองผู้บัญชาการ กองบัญชาการศึกษา ปี
50
ㆍ รองผู้บัญชาการ กองบัญชาการตำรวจ
ภูธรภาค 4 ปี 51
.รองผู้บัญชาการ กองบัญชาการตำรวจ
ภูธรภาค 2 ปี 52
ㆍ รองผู้บัญชาการ โรงเรียนนายร้อย
ตำรวจ ปี 53
ㆍ ผู้บัญชาการการศึกษา ปี 55
ㆍผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ปี 57
ที่ปรึกษา(สบ 10) ปี 59
ㆍ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ตั้งแต่
1 ต.ค. 60
ปี 2563 นิตยสารฟอร์บสให้เป็นคนรวย
อันดับที่ 40 ของประเทศ เป็นเศรษฐีไทย
หน้าใหม่ ทรัพย์สินมูลค่า 585 ล้าน
เหรียญสหรัฐฯ หรือราว 1.91 หมื่นล้าน
บาท
ปีนี้ 2564 อยู่ในอันดับที่ 36 ทรัพย์สิน
มูลค่า 940 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือราว
2.95 หมื่นล้านบาท


พลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ หักพาล ชื่อเล่น โจ๊ก เกิดเมื่อวันที่
29 ตุลาคม พ.ศ. 2513 ที่อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา
เป็นบุตรของนายดาบตำรวจ ไสว และนางสุมิตรา หัก
พาล สมรสกับ ดร.ศิรินัดดา (สกุลเดิม พานิชพงษ์)
สำเร็จการศึกษาในชั้นอนุบาล โรงเรียนกลับเพชรศึกษา
ซึ่งมารดาเป็นครูสอนอยู่โรงเรียนนี้ สำเร็จการศึกษาใน
ชั้นประถม โรงเรียนวิเชียรชม สำเร็จการศึกษาในชั้น
มัธยมศึกษาจากโรงเรียนมหาวชิราวุธ และโรงเรียน
เตรียมทหาร รุ่นที่ 31 ระดับชั้นปริญญาตรี รัฐประศาสน
ศาสตรบัณฑิต สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อย
ตำรวจ รุ่นที่ 47 เป็นหัวหน้านักเรียนของนรต.รุ่น47
ระดับปริญญาโช สังคมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาอาชญา
วิทยาและการบริหารงานยุติธรรม จากมหาวิทยาลัย
มหิดล โดยสามารถสอบคัดเลือกเข้าเรียนได้เป็นอันดับ 1
และระดับปริญญาเอก ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขา
รัฐประศาสนศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชีย
และระดับ ปริญญาเอก ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขา
อาชญาวิทยา มหาวิทยาลัยมหิดล [1[9] ปัจจุบันกำลัง
ศึกษา คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ภาคค่ำ
(นอกเวลาราชการ หลักสูตรประกาศนียบัตรชั้นสูงการ
บริหารงานภาครัฐและกฎหมายมหาชน นอกจากนี้
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล ยังจบหลักสูตร และ รับมอบ
ประกาศเกียรติบัตร ผู้สำเร็จการศึกษาหลักสูตร
การเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย สำหรับ
นักบริหารระดับสูง รุ่นที่ 21 (ปปร.21)ในวันที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2565 เขาได้รับรางวัลศิษย์เก่า
ดีเด่นสถาบันพระปกเกล้า จาก นาย ชวน หลีกภัย
ประธานรัฐสภา ปัจจุบันกำลังศึกษา วิทยาลัยป้องกันราช
อาณาจักร หลักสูตร ว.ป.อ.ปีการศึกษา 2565ชีวิตราชการตำรวจ
ร.ต.ต. สุรเชษฐ์ ในขณะนั้น เริ่มรับราชการตำรวจใน
ตำแหน่งรองสารวัตร เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ.
2537 จนได้รับการแต่งตั้งเลื่อนขั้นเป็นสารวัตรใน
กองวินัย ต่อมาเป็นสารวัตรสถานีตำรวจทางหลวง 4
กองกำกับการ 5 จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 16
พฤศจิกายน พ.ศ. 2543 และสารวัตรสถานีตำรวจ
ทางหลวง 2 กองกำกับการ 3 จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่
11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2545 จนได้รับการโปดเกล้าๆ
เป็นนายตำรวจราชสำนักประจำ เมื่อวันที่ 11
กรกฎาคม พ.ศ. 2546และเป็นผู้ช่วยนายเวรตำรวจ
ราชสำนักประจำให้กับ พล.ต.อ. วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี
เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2547ระดับผู้กำกับการ
หลังจากได้รับการเลื่อนขั้นเป็นพันตำรวจเอก พัน
ตำรวจเอก สุรเชษฐ์ ในขณะนั้น ได้รับตำแหน่งผู้
กำกับการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่ง
ชาติ ทำหน้าที่อำนวยการประจำผู้ช่วยผู้บัญชาการ
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ] จนกระทั่งวันที่ 7
กันยายน พ.ศ. 2552 จึงได้เป็นผู้กำกับการ 1 กอง
บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับ
การค้ามนุษย์ ต่อมาเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ.
2554ได้เป็นผู้กำกับการฝ่ายอำนวยการ 10 กอง
บังคับการอำนวยการ กองบัญชาการตำรวจนครบาล
ในวันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2555 ถูกส่งไปเป็นผู้กำกับ
การสถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ จนได้เลื่อนขึ้นเป็น
รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลาและทำ
หน้าที่เป็นผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการณ์ตำรวจภูธร
จังหวัดสงขลาส่วนหน้า รับผิดชอบพื้นที่ 4 อำเภอใน
จังหวัดสงขลาที่เป็น ‘พื้นที่สีแดง’ เสี่ยงต่อภัยความไม่ระดับผู้บังคับการและผู้บัญชาการ
ในวันที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2558 พันตำรวจเอก สุร
เชษฐ์ ในขณะนั้นได้รับการเลื่อนขั้นเป็นพลตำรวจตรี
ในตำแหน่งผู้บังคับการประจำสำนักงานตำรวจแห่ง
ชาติทำหน้าที่ประสานงานกับนายกรัฐมนตรี
รายงานต่อ พล.อ. ประวิตร วงศ์สุวรรณ รองนายก
รัฐมนตรี ผู้รับผิดชอบสำนักงานตำรวจแห่งชาติใน
ขณะนั้น หลังจากนั้นทำหน้าที่รักษาการในตำแหน่ง
นี้มาตั้งแต่เดือนตุลาคม พ.ศ. 2557 จนในวันที่ 30
ตุลาคม พ.ศ. 2558 ได้เป็นผู้บังคับการตำรวจท่อง
เที่ยวจนกระทั่งวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2559 ได้เป็นผู้
บังคับการตำรวจสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษจน
กระทั่งวันที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2560 เข้ามาทำหน้าที่
รักษาการรองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว จนได้
เป็นรองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยวในวันที่ 1
ตุลาคม พ.ศ. 2560จนวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2561
พลตำรวจตรี สุรเชษฐ์ ในขณะนั้นได้รับการเลื่อนขั้น
เป็นพลตำรวจโท และได้รับการแต่งตั้งให้ดำรง
ตำแหน่งผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองพล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ถูกย้ายพ้นสำนักงาน
ตำรวจแห่งชาติ เมื่อ 9 เมษายน 2563 ที่ออกนอก
เส้นทางสีกาไปนั่งเก้าอี้ ที่ปรึกษาพิเศษประจำ
สำนักนายกรัฐมนตรีมนตรี (นักบริหารระดับสูง)
ล่าสุดมีความชัดเจนว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี ย้ายกลับ ส่งพล.ต.ท.สุรเชษฐ์ คืน
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ รู้จัก “บิ๊กโจ๊ก”
พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตผู้บัญชาการ
สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(ผบช.สตม. เคยเป็นหัว
หอกคณะทำงานศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทาง
เทโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่ง
ชาติ(ศปอส.ตร.)
อีกทั้งเคยเป็นผู้ช่วยโฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรี
ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ก่อนถูกย้ายฟ้าผ่า
เข้ากรุ ศปก.ตร.และย้ายพันสำนักงานตำรวจแห่ง
ชาติในเวลาต่อมาหลังเจอมรสุมชีวิตถูกย้ายไป
ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเกือบ 2 ปีก่อนกลับเข้า
รั้ว “กรมปทุมวัน” มาสวมเครื่องแบบ “ผู้พิทักษ์
สันติราษฎร์” อีกครั้งโดยโดนคำสั่งจาก
พล.อ.ประยุทธ์ ให้ขาดจากอำนาจในกรม มาสังกัด
ใหม่ เป็น “ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายก
รัฐมนตรี” เพราะถืออยู่ใน “บัญชี” เป็นเจ้าหน้าที่ข้าราชการพลเรือนของรัฐที่อยู่ระหว่างถูกตรวจสอบ ตามคำสั่ง คสช.ที่
2/2562 ประกอบคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 16/2558
หลังถูกย้ายในช่วง 2 ปี เกิดเรื่องราวมากมาย ทั้งโดน
มือมืดลอบยิงรถซึ่งขณะนี้ยังจับมือใครดมไม่ได้ คดี
ยังอึมครึมและเป็นปริศนา หลังจากนั้น พล.ต.ท.สุร
เชษฐ์ ก็ออกมาขย่มเปิดโปงหน่วยงานเก่า ออกมาให้
ข่าวความไม่ชอบมาพากลการจัดซื้อจัดจ้าง ก่อน
นายกรัฐมนตรีออกคำสั่งเบรกพฤติกรรมไม่เหมาะ
จากนั้น “บิ๊กโจ๊ก” ได้ลาบวชที่อินเดีย ไม่นานก็มีกระะ
แสข่าวบิ๊กโจ๊กกลับมาใหญ่ในสำนักงานตำรวจแห่ง
ชาติ ทว่าเรื่องก็เงียบ ก่อนมีข่าวฟ้องนายกรัฐมนตรี
กล่าวหาย้ายพ้นสำนักงานตำรวจแห่งชาติโดยมิชอบ
มีกระแสข่าวในสำนักงานตำรวจแห่งชาติออกมาสัก
ระยะ “บิ๊กโจ๊ก” ได้กลับคืนสู่สายอาชีพ เส้นทาง ผบ.ตร. อาวุโวอันดับ 2
อาถรรพ์ เลข 7 รุ่นพี่ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา นรต. 37 พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล นรต. 47 อาถรรพ์เลข 7 จะเป็นจริงหรือไม่ คอยติดตาม
“คอลัมน์ กิ่งก่าทอง”




















