กกต.เปิดคำ วินิจฉัย 2ส.ว.แม่ค้าหมู-พ่อค้าก๋วยเตี๋ยวไก่มะระ รวดเร็วไวกว่า ภาพยนตร์เรื่อง Fast & Furious เร็วกว่านรก ยิ่งชีพ และผู้สมัคร ขอมา 2 ปี ไม่เปิดเผย


สำนักงานข่าวหนังสือพิมพ์STNEWSรายงานวันที่ 29 กรกฎาคม 2569 นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน และนักกฎหมายชาวไทย ที่มีบทบาทสำคัญในการรณรงค์เรื่องรัฐธรรมนูญ และการตรวจสอบกระบวนการเลือกตั้ง เป๋า ยิ่งชีพ ลงคุณสมบัติ ส.ว.กลุ่ม 10 ต้องมีลูกน้อง 200 – 300 คน สื่อโซเชี่ยล ขุดร้านก๋วยเตี๋ยวไก่มะระ และ เขียงหมู 2 ส.ว. จังหวัดอำนาจเจริญ ปิด นางแดง และนายสมพาน 2 ส.ว.ต่างออกมาตอบโต้ เป๋า ยิ่งชีพ ว่า กกต. เคยวินิจฉัยคุณสมบัติ ว่าผ่าน เป๋า ยิ่งชีพ ท้านำออกมาเปิดเผย นางแดง และนายสมพาน นิ่งเฉยไม่นำออกมาให้สังคมได้รับรู้เห็น นายสมพล หริกุล ผูสมัคร ส.ว. และ นายภิญโญ บุญเรือง ผู้สมัคร ส.ว. ทำหนังสือร้องขอคุณสมบัติ 138 ส.ว.พร้อมชื่อคนเซ็นรับรอง ว่ามีความเชี่ยวชาญ 10 ปี ตรงปก

แต่ไม่เคยได้รับคำตอบจากกกต.แต่พอสังคมโซเชี่ยลกระหน่ำ 2 ส.ว. เว็บไซต์ กกต. เปิดให้! คำวินิจฉัย 2 สว.อำนาจเจริญ แม่ค้าขายหมู-พ่อค้าก๋วยเตี๋ยวไก่ ผ่านคุณสมบัติ สว.กลุ่ม 10 หลัง ‘ยิ่งชีพ’ บอก เคยเรียกร้อง กกต. แต่ไม่ได้รับการตอบรับ # เป๋า ยิ่งชีพ ขอบคุณนักข่าวและชาวอำนาจเจริญที่ช่วยกันนำไปตรวจสอบ ไปดูร้านค้าแล้วถ่ายรูปมาให้หมดแล้ว ขอบคุณ กกต. ที่เผยแพร่คำวินิจฉัย ที่ไม่ต้องระบุเหตุผลอะไรนอกจาก ทำมาครบ 10 ปี และไม่ได้อธิบายว่า ผู้ประกอบกิจการแบบใดจะสมัครกลุ่ม 9 และแบบใด สมัครกลุ่ม 10 ได้บ้าง ทำให้เราได้เห็นชัดขึ้นๆ ว่าระบบการแบ่งกลุ่มอาชีพ และการตรวจสอบคุณสมบัตินั้นน่าเชื่อถือศรัทธาเพียงใด
วันนี้วันหยุดยาวนะครับ พักกันหน่อย เดี๋ยวเปิดงานแล้วจะมาชี้เป้าต่อว่า มีสว. คนไหนสมัครผิดกลุ่มอีกบ้าง ทั้งนักข่าวและประชาชนจะได้ไปช่วยตรวจสอบกันครับ อยากจะบอกว่า มันมั่วมากครับ

วันที่ 29 ก.ค.69 สำนักงาน กกต. เผยแพร่คำวินิจฉัย ‘ยกคำร้อง’ ทั้ง 2 ฉบับ
คำวินิจฉัยกกต.ที่ 249/2567 ลงวันที่ 23 ธ.ค.2567 เรื่องการเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับประเทศ
นางแดง ผู้มีสิทธิ์เลือกระดับประเทศกลุ่มที่ 10 หมายเลข 24 ถูกร้องว่า การที่นางแดง ระบุประวัติและประสบการณ์ในแบบข้อมูลแนะนำตัวผู้สมัคร (สว.3) ว่าประกอบอาชีพค้าขายหมู ตั้งแต่ปี พ.ศ.2541 แต่เป็นการประกอบอาชีพแผงขายเนื้อสุกร ที่ไม่มีใบประกอบกิจการตามที่กฎหมายกำหนด เช่น ใบทะเบียนพาณิชย์ หรือใบสำสำคัญแสดงการจดทะเบียนการประกอบกิจการดังกล่าว นางแดงจึงสมัครรับเลือกเป็น สว.โดยรู้อยู่แล้วว่า ตนเองไม่มีสิทธิสมัคร เพราะไม่ใช่บุคคล ซึ่งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ หรือทำงานในด้านที่สมัครไม่น้อยกว่า 10 ปี เป็นการฝ่าฝืน พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561มาตรา 11 (10) มาตรา 13 (3) และมาตรา 74
กกต.ยกคำร้องกรณีนางแดง โดยระบุว่า ข้อเท็จจริงที่ได้จากการไต่สวน ได้ความว่า นางแดง ขายเนื้อสุกรในตลาดเอกชนวิชิตสิน อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ ตั้งแต่ปี 2540 ถึงปัจจุบัน และเป็นกรรมการพัฒนาตลาดสดน่าซื้อตั้งแต่ปี 47 ถึงปัจจุบัน นอกจากนางแดงได้ลงลายมือชื่อ รับรองว่าตัวเองมีคุณสมบัติ ไม่มีลักษณะต้องห้ามในการลงสมัครแล้ว เจ้าของตลาด และผู้ค้าในตลาดเอกชนวิชิตสินรวม 3 ราย ยังลงชื่อรับรองและเป็นพยานให้
รวมถึงผู้อำนวยการเลือกระดับอำเภอ ไม่ได้รับหนังสือจากหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง แจ้งข้อมูลว่านางแดงไม่มีคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม จึงได้ประกาศชื่อให้เป็นผู้สมัครรับเลือกระดับอำเภอ
ดังนั้นพยานหลักฐานจึงรับฟังได้ว่า นางแดงเป็นผู้มีประสบการณ์การทำงานในกลุ่มที่สมัครมาแล้วไม่น้อยกว่า 10 ปี ตามมาตรา 11(10) และมาตรา 13 (3) และไม่ปรากฏพยานหลักฐานอื่นที่ยืนยันได้ว่า มีการกระทำฝ่าฝืนกฎหมายตามข้อกล่าวหา ข้อเท็จจริงจึงรับฟังไม่ได้ว่านางแดงกระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายตามคำร้อง
ส่วนคำวินิจฉัยกกต.ที่17/2568 วันที่ 13 ม.ค.68 เรื่องการเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับประเทศ ซึ่งนายสมพาน ผู้มีสิทธิเลือกระดับประเทศกลุ่มที่ 10 หมายเลข99 ถูกร้องในข้อหาเดียวกันว่า การที่นายสมพานระบุประวัติและประสบการณ์ในแบบข้อมูลแนะนำตัวผู้สมัคร(สว.3) ว่าประกอบอาชีพขายก๋วยเตี๋ยวไก่มะระเป็นเวลา 12 ปี แต่ไม่มีใบประกอบกิจการตามที่กฎหมายกำหนดเช่นใบทะเบียนพาณิชย์หรือใบสำสำคัญแสดงการจดทะเบียนจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า การกระทำของนายสมพานจึงเข้าข่ายรู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีสิทธิสมัคร เพราะไม่ใช่บุคคล ซึ่งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ หรือทำงานในด้านที่สมัครไม่น้อยกว่าสิบ
สำหรับเหตุผลที่กกต.ยกคำร้องระบุว่าข้อเท็จจริงที่ได้จากการไต่สวนฟังได้ว่า นายสมพานประกอบกิจการขายก๋วยเตี๋ยวชื่อร้าน “ปุ๊ก ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลา” ตั้งแต่วันที่4มิ.ย.52 ปรากฏตามใบทะเบียนพาณิชย์ ซึ่งออกให้โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า สำนักงานกลางทะเบียนพาณิชย์ ออกวันที่ 4มิ.ย.52 โดยมีพยานของนายสมพาน 3 ปากให้การสอดคล้องยืนยันว่านายสมพานขายก๋วยเตี๋ยวตั้งแต่ปี 52 ถึงปัจจุบัน และมีร้านหลายสาขาในอ.เมืองอำนาจเจริญ


อีกทั้งนายสมพานให้ถ้อยคำยืนยันว่าเป็นผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามในการสมัครา โดยมีบุคคลลงลายมือชื่อเป็นผู้รับรองและพยานในหนังสือรับรองความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์หรือทำงานในกลุ่มที่สมัคร (สว. 4) รวมถึงไม่มีหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องแจ้งว่านายสมพานเป็นผู้ไม่มีคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามในการสมัครรับเลือกเป็นสมาชิก วุฒิสภาแต่อย่างใด
ดังนั้น พยานหลักฐานจึงรับฟังได้ว่า นายสมพานเป็นผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการ หรือทำงานในกลุ่มผู้ประกอบกิจการอื่นนอกจากกลุ่มผู้ประกอบกิจการขนาดกลางและขนาดย่อมตามกฎหมาย ว่าด้วยการนั้นไม่น้อยกว่าสิบปี และไม่ปรากฏพยานหลักฐานอื่นที่ยืนยันได้ว่ามีการกระทำฝ่าฝืนกฎหมาย ตามข้อกล่าวหา ข้อเท็จจริงจึงรับฟังไม่ได้ว่า นายสมพานกระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา มาตรา 11 (10) มาตรา 13 (3) และมาตรา 74 ตามคำร้อง นายโกเมท เกิดสมบัติ ส.ว. ( สำรอง ) ถ้า กกต.วินิจฉัยลักษณะนี้ ส.ว. 20 กลุ่มอาชีพ ไม่มีใบมรณบัตร ก็สมัครได้

๑. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๑๐๗ บัญญัติว่า วุฒิสภาประกอบด้วยสมาชิกจำนวนสองร้อยคน ซึ่งมาจากการเลือกกันเอง ของบุคคลซึ่งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ อาชีพ ลักษณะ หรือประโยชน์ร่วมกัน หรือทำงาน หรือเคยทำงานด้านต่าง ๆ ที่หลากหลายของสังคม โดยในการแบ่งกลุ่มต้องแบ่งในลักษณะที่ทำให้ประชาชน ซึ่งมีสิทธิสมัครรับเลือกทุกคนสามารถอยู่ในกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งได้ การแบ่งกลุ่ม จำนวนกลุ่ม และคุณสมบัติของบุคคลในแต่ละกลุ่ม การสมัครและรับสมัคร หลักเกณฑ์และวิธีการเลือกกันเอง การได้รับเลือก จำนวนสมาชิกวุฒิสภาที่จะพึงมีจากแต่ละกลุ่ม การขึ้นบัญชีสำรอง การเลื่อนบุคคลจากบัญชีสำรองขึ้นดำรงแทน และมาตรการอื่นใดที่จำเป็น เพื่อให้การเลือกกันเองเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา และเพื่อประโยชน์ในการดำเนินการให้การเลือกดังกล่าวเป็นไปโดยสุจริต และเที่ยงธรรม จะกำหนดมิให้ผู้สมัครในแต่ละกลุ่มเลือกบุคคลในกลุ่มเดียวกัน หรือจะกำหนดให้มีการคัดกรองผู้สมัครรับเลือกด้วยวิธีการอื่นใดที่ผู้สมัครรับเลือกมีส่วนร่วมในการคัดกรองก็ได้
๒. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๑๐๘ สมาชิกวุฒิสภาต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้ ก. คุณสมบัติ (๓) มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ หรือทำงานในด้านที่สมัครไม่น้อยกว่าสิบปี หรือเป็นผู้มีลักษณะตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.๒๕๖๑ มาตรา ๑๑ กำหนดให้วุฒิสภาประกอบด้วยสมาชิกจำนวนสองร้อยคน ซึ่งมาจากการเลือกกันเองของบุคคล ซึ่งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ อาชีพ ลักษณะหรือประโยชน์ร่วมกัน หรือทำงานหรือเคยทำงาน ด้านต่าง ๆ ที่หลากหลายของสังคมในแต่ละกลุ่ม จำนวนยี่สิบกลุ่ม โดยมีข้อความวรรค ๒ ระบุไว้ว่า “การมีลักษณะอื่น ๆ ในทำนองเดียวกันตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนดมาตรา ๑๑ วุฒิสภาประกอบด้วยสมาชิกจํานวนสองร้อยคนซึ่งมาจากการเลือกกันเองของบุคคล
ซึ่งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ อาชีพ ลักษณะหรือประโยชน์ร่วมกัน หรือทํางานหรือเคยทํางาน
ด้านต่าง ๆ ที่หลากหลายของสังคมในแต่ละกลุ่ม ดังต่อไปนี้
(๑) กลุ่มการบริหารราชการแผ่นดินและความมั่นคง อันได้แก่ผู้เคยเป็นข้าราชการ เจ้าหน้าที่ของรัฐ
หรืออื่น ๆ ในทํานองเดียวกัน
(๒) กลุ่มกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม อันได้แก่ผู้เป็นหรือเคยเป็นผู้พิพากษา ตุลาการ
อัยการ ตํารวจ ผู้ประกอบวิชาชีพด้านกฎหมาย หรืออื่น ๆ ในทํานองเดียวกัน
(๓) กลุ่มการศึกษา อันได้แก่ผู้เป็นหรือเคยเป็นครู อาจารย์ นักวิจัย ผู้บริหารสถานศึกษา
บุคลากรทางการศึกษา หรืออื่น ๆ ในทํานองเดียวกัน
(๔) กลุ่มการสาธารณสุข อันได้แก่ผู้เป็นหรือเคยเป็นแพทย์ทุกประเภท เทคนิคการแพทย์
สาธารณสุข พยาบาล เภสัชกร หรืออื่น ๆ ในทํานองเดียวกัน
(๕) กลุ่มอาชีพทํานา ปลูกพืชล้มลุก หรืออื่น ๆ ในทํานองเดียวกัน
(๖) กลุ่มอาชีพทําสวน ป่าไม้ ปศุสัตว์ ประมง หรืออื่น ๆ ในทํานองเดียวกัน
(๗) กลุ่มพนักงานหรือลูกจ้างของบุคคลซึ่งมิใช่ส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐ ผู้ใช้แรงงาน
หรืออื่น ๆ ในทํานองเดียวกัน
(๘) กลุ่มผู้ประกอบอาชีพด้านสิ่งแวดล้อม ผังเมือง อสังหาริมทรัพย์และสาธารณูปโภค
ทรัพยากรธรรมชาติ พลังงาน หรืออื่น ๆ ในทํานองเดียวกัน
(๙) กลุ่มผู้ประกอบกิจการขนาดกลางและขนาดย่อมตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น หรืออื่น ๆ
ในทํานองเดียวกัน
(๑๐) กลุ่มผู ้ประกอบกิจการอื่นนอกจากกิจการตาม (๙)
(๑๑) กลุ่มผู้ประกอบธุรกิจหรืออาชีพด้านการท่องเที่ยว อันได้แก่ผู้ประกอบธุรกิจท่องเที่ยว
มัคคุเทศก์ ผู้ประกอบกิจการหรือพนักงานโรงแรม หรืออื่น ๆ ในทํานองเดียวกัน
(๑๒) กลุ่มผู้ประกอบอุตสาหกรรม หรืออื่น ๆ ในทํานองเดียวกัน
(๑๓) กลุ่มผู้ประกอบอาชีพด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การสื่อสาร การพัฒนานวัตกรรม หรืออื่น ๆ
ในทํานองเดียวกัน
(๑๔) กลุ่มสตรี
(๑๕) กลุ่มผู้สูงอายุ คนพิการหรือทุพพลภาพ กลุ่มชาติพันธุ์ กลุ่มอัตลักษณ์อื่น หรืออื่น ๆ
ในทํานองเดียวกัน
(๑๖) กลุ่มศิลปะ วัฒนธรรม ดนตรี การแสดงและบันเทิง นักกีฬา หรืออื่น ๆ ในทํานองเดียวกัน
(๑๗) กลุ่มประชาสังคม กลุ่มองค์กรสาธารณประโยชน์ หรืออื่น ๆ ในทํานองเดียวกัน
(๑๘) กลุ่มสื่อสารมวลชน ผู้สร้างสรรค์วรรณกรรม หรืออื่น ๆ ในทํานองเดียวกัน
(๑๙) กลุ่มผู้ประกอบวิชาชีพ ผู้ประกอบอาชีพอิสระ หรืออื่น ๆ ในทํานองเดียวกัน
(๒๐) กลุ่มอื่น ๆ
ข่าว~สมหมาย ศรีสมุท ที่ปรึกษานายกสมาคมฯ นสพ.STNEWS

























