สส. (เงา) เขต 4 รองต้น สส.(เงา) เขต 1ปราย พรรคประชาชน จังหวัดกำแพงเพชร พร้อมมากรับเรื่องร้องเรียนประชาชนเดือดร้อน ส่งไม้ต่อคณะกรรมาธิการ สภาผู้แทนราษฎร ภายใน 72 ชั่วโมง


สำนักงานข่าวหนังสือพิมพ์STNEWSรายงานวันที่ 11 มิถุนายน 2569 นายปริญวัฒน์ ทวีกิจศิรพงษ์ สส.(เงา) เขต 1 พรรคประชาชน จังหวัดกำแพงเพชร คะแนนเสียงบริสุทธิ์ที่ประชาชนมอบให้ สูงถึง 33,203 คะแนน ผมจะทำงานช่วยเหลือพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดกำแพงเพชร ต่อไปแม้จะไม่ได้เป็น สส. มาดาม (แอ๋ว) คุณสิริมนต์ สุขวัฒน์ ติดต่อผมมาจะยื่นหนังสือคัดค้านโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวล ผมจึงติดต่อ นายอัศนัย แดงศรี (รองต้น) สส. (เงา) เขต 4 พรรคประชาชน รองต้น บอกว่ายินดีช่วยเหลือประชาชน หนังสือร้องเรียนที่ได้รับมอบหมายวันนี้ ผมจะใช้เวลาไม่เกิน 72 ชั่วโมงถึงคณะกรรมาธิการ สภาผู้แทนราษฎร สัดส่วนของพรรคประชาชน แน่นอน นายปริญวัฒน์ กล่าวเดี๋ยวผมต้องเดินทางไปพบ”มาดาม แอ๋ว “ อีกครั้งเพื่อขอรายชื่อประชาชนที่ลงชื่อคัดค้านโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวล สาเหตุเรื่องร้องเรียนที่ถูกส่งเข้าคณะกรรมาธิการ สัดส่วนของพรรคประชาชน



ต้องทำงานให้ละเอียดครบทุกขั้นตอน จะส่งคณะกรรมาธิการ 2 คณะ 1.คณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎรทำหน้าที่พิจารณาสอบหาข้อเท็จจริง ศึกษาเรื่องที่เกี่ยวกับที่ดิน ป่าไม้ แหล่งน้ำ และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากภาคอุตสาหกรรมหรือมลพิษต่าง ๆ รวมถึงการตรวจสอบกฎหมายที่เกี่ยวข้องหน้าที่หลัก: รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนเกี่ยวกับปัญหาการบุกรุกที่ดิน มลพิษทางอากาศ (เช่น PM 2.5) ขยะอุตสาหกรรม ตลอดจนติดตามการแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ 2.คณะกรรมาธิการการพลังงาน สภาผู้แทนราษฎร มีหน้าที่พิจารณาสอบหาข้อเท็จจริง ศึกษาเรื่องที่เกี่ยวกับการบริหาร พัฒนา จัดหา ใช้ และอนุรักษ์พลังงาน รวมถึงพลังงานทางเลือก เพื่อลดภาระค่าครองชีพและสร้างความเป็นธรรมด้านราคาพลังงานให้กับประชาชน นายปริญวัฒน์ สส.(เงา) กล่าวถ้าไม่มีรายชื่อคัดค้านจำนวนมากอาจจะแพ้ฝ่ายทุนโรงไฟฟ้าชีวมวลได้ มีตัวอย่างที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

วันที่ 29 กันยายน 2558 ศาลปกครองกลาง อ่านคำพิพากษา คดีหมายเลขดำที่ 924/2553 และ คดีหมายเลขแดงที่ 2291/2558 กรณีสมาคมต่อต้านภาวะโลกร้อนและพวกอีก 37 คน ยื่นฟ้อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน, คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม, อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม, ผู้ว่าราชการประจวบคีรีขันธ์, อุตสาหกรรมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์, นายกองค์การบริหารตำบลห้วยยาง, นายกองค์บริหารตำบลแสงอรุณ และบริษัท พลังงานสะอาดทับสะแก จำกัด ในกรณีพิพาทเกี่ยวกับการ ที่เจ้าหน้าที่รัฐกระทำการโดยมิชอบด้วยกฎหมายและละเลยหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฎิบัติ
โดยผู้ฟ้องเห็นว่าการที่บริษัท พลังงานสะอาดทับสะแก จำกัด ได้รับอนุญาตให้ก่อสร้างโรงงานผลิตไฟฟ้าพลังงานชีวมวลและประกอบกิจการโรงงานผลิตไฟฟ้าชีวมวล รวมทั้งได้รับใบอนุญาตผลิตพลังงานควมคุมและใบอนุญาตผลิตไฟฟ้า โดยมิได้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนหรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียก่อน อีกทั้งได้รับอนุญาตให้ขุดดินเพื่อก่อสร้างแหล่งกักเก็บน้ำโดยปิดกั้นลำธารสาธารณะซึ่งเป็นแหล่งน้ำจืดที่ประชาชนใช้ร่วมกัน ทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหาย
ซึ่งคดีมีประเด็นให้ศาลวินิจฉัยรวมสามประเด็น ดังนี้
- การที่นายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง ออกใบอนุญาตให้บริษัท พลังงานสะอาดทับสะแก จำกัด ก่อสร้างโรงงานผลิตไฟฟ้าพลังงานชีวมวล และการที่อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม ออกใบอนุญาตให้ประกอบกิจการโรงงานผลิตไฟฟ้าพลังงานชีวมวล และการที่คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานออกใบอนุญาตให้ผลิตงานควมคุมและออกใบอนุญาตในผลิตไฟฟ้าเป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
ศาลพิเคราะห์เเล้วเห็นว่า โรงงานผลิตไฟฟ้าชีวมวลมิใช่โครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชน อย่างรุนแรงทั้งทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพ อีกทั้งยังมิใช่โครงการหรือกิจกรรมที่ต้องได้รับความเห็นชอบของสภาองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง ก่อนออกใบอนุญาตให้ประกอบกิจการโรงงานและขยายกำลังการผลิต
นอกจากนี้ทางโรงงานยังได้มีการจัดการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตามบัญญัติไว้เเล้ว รวมทั้งการกำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไข หรือเยียวยาความเดือดร้อนหรือเสียหายจากผลกระทบดังกล่าวและประกาศให้ประชาชนทราบแล้ว
ดังนั้นการที่ นายก อบต. ห้วยยาง ออกใบอนุญาตก่อสร้างให้กับ บ.พลังงานสะอาดทับสะแก จำกัด และการที่ อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม ออกใบอนุญาตประกอบกิจการ และการที่คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ออกใบอนุญาตให้ผลิตพลังงานควบคุมและผลิตไฟฟ้า จึงเห็นชอบด้วยกฏหมาย
- การที่ นายกองค์บริหารส่วนตำบลแสงอรุณ อนุญาตให้บริษัท พลังงานสะอาดทับสะแก จำกัด ขุดดินเพื่อสร้างแหล่งกักเก็บน้ำไว้ใช้ในโรงงานผลิตไฟฟ้างานชีวมวลชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
ศาลได้พิเคราะห์เเล้วเห็นว่า การขุดดินเพื่อสร้างแหล่งเก็บน้ำไว้ใช้ในโรงงานผลิตไฟฟ้าชีวมวลเห็นชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากที่ดินดังกล่าวไม่ได้เขตติดต่อกับที่สาธารณสมบัติแผ่นดิน
- การที่ ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์, นายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยางและนายกองค์บริหารส่วนตำบลแสงอรุณ ไม่ดำเนินการเสนอพื้นที่ตำบลห้วยยางและตำบลแสงอรุณ ต่อคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เพื่อประกาศให้เป็นเขตคุ้มครองสิ่งเเวดล้อมตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 เป็นการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กำหนดหมายกำหนดให้ต้องปฎิบัติหรือไม่
ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ที่ตั้งของโรงงานผลิตไฟฟ้าชีวมวล อยู่นอกเขตการควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยผังเมือง สภาพที่ตั้งโดยรอบของโรงงานเป็นสวนมะพร้าว ไม่มีติดต่อสาธารณสถาน ไม่มีชุมชนที่อาจได้รับผลกระทบจากโรงงาน การขนส่งวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ไม่เป็นอุปสรรคต่อการคมนาคมของประชาชน ไม่ขัดต่อกฎกระทรวงฉบับที่2 (พ.ศ.2535) ดังนั้น พื้นที่ที่ตั้งโรงงานจึงไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ที่กำหนดให้เป็นพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมและไม่มีกฎหมายให้อำนาจหรือหน้าที่แก่ ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์, นายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยางและนายกองค์บริหารส่วนตำบลแสงอรุณ ในการประกาศกำหนดเขตคุ้มครองสิ่งแวดล้อม การที่ผู้ถูกฟ้อง ไม่ดำเนินการดังกล่าวจึงไม่เป็นการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฎิบัติ
ศาลจึงมีคำพิพากษายกฟ้องในคดีข้างต้น อย่างไรก็ตามศาลเห็นว่า หากการดำเนินโครงการหรือกิจการของบริษัท ก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนทั้งทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพ หรือก่อให้เกิดเหตุเดือดร้อนรำคาญ ก็สามารถนำคดีมาฟ้องต่อศาลปกครองตามเงื่อนไขการฟ้องคดีต่อไป
ข่าว-สมหมาย ศรีสมุทร นสพ.STNEWS




























