!สิงห์ทอง โอนไวคนตื่นการเมือง อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง กรณี พ.ต.อ. นำโพยเข้าห้องสอบตุลาการศาลปกครองชั้นต้น เปรียบเทียบ สว.นำโพยเข้าห้องเลือกต้ัง สว. กกต.แถลงข่าว “ไม่ผิด”

สำนักงานงานข่าวหนังสือพิมพ์STNEWSรายงานวันที่ 18 มีนาคม 2568 สิงห์ทองทอง โอนไวคนต่นการเมือง หรือนายธนทัต ประเสริฐนู ว่าที่นายกสมาคมนักหนังสือพิมพ์และสื่อมวลชนกำแพงเพชร อดีตผู้สมัคร สว.กลุ่ม 18 สื่อมวลชนระดับประเทศจังหวัดกำแพงเพชร โพสต์ พ.ต.อ. พกโพยเข้าสอบตุลาการศาลปกครองชั้นต้น ไม่ผิด เปรียบเทียบยกตัวอย่าง กรณี สว. (ตัวจริง) พร้อมโหวตเตอร์ 1,200 คน นำโพยจหมายเลขผู้สมัคร สว.เข้าไปเลือกตั้ง ณ อิมแพคอารีนาเมืองทองธานี เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2567 กกต.ออกมาให้สัมภาษณ์ ไม่ผิด สังคมไทย นี่แปลกแต่จริง สว.138 คน ใช้วิชามารโกงฮั้วบล็อกโหวตจัดตั้งซื้อเสียง หลักฐานภาพถ่าย โพย พยานบุคคลนับร้อยคน ขบวนเลือกตั้ง สว.ที่ไม่สุจริตและเที่ยงธรรม สร้างความเสียหายต่อขบวนการยุติธรรมไทย แต่สังคมและประชาชน หน่วยงานภาครัฐ ขบวนการยุติธรรม องค์กรอิสระ กกต.~ป.ป.ช. กลับนิ่งเฉย แค่การพกโพยเข้าห้องสอบตุลาการศาลชั้นต้น ของ พ.ต.อ.นายหนึ่ง กระแสสังคม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ออกมาโจมตี เปรียบเสมือน นายตำรวจท่านนี้ทำความผิดอย่างกับอาชญกรฆาตกรรมต่อเนื่อง แค่ตุลาการศาลชั้นต้น การพิจารณาคดีหรือคำพิพากษา ยังมีศาลปกครองสูงสุด บุคลลที่แพ้คดีทางศาลชั้นต้น สามารถต่อสู้ในชั้นศาลปกครองสูงสุดได้ ความเสียหายเฉพาะตัว เป็นรายบุคคล แต่ผิดกับ สว.ปลาหมอคางน้ำเงิน 138 ตัว สร้างความเสียหายให้กับขบวนการตรวจสอบ ยุติธรรม ของไทยอย่างใหญ่หลวง เพราะ สว.เป็นคนกลั่นกรองผู้เข้ามาดำรงตำแหน่ง


ส่วนที่ 2 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
แก้
คณะกรรมการการเลือกตั้งประกอบด้วยกรรมการจำนวน 7 คนซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งตามคำแนะนำของวุฒิสภา จากบุคคลดังต่อไปนี้
(1) ผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญในสาขาวิชาการต่างๆ ที่จะยังประโยชน์แก่การบริหารและจัดการ การเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม และมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ซึ่งได้รับการสรรหา จากคณะกรรมการสรรหา จำนวน 5 คน
(2) ผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ด้านกฎหมาย มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และเคยดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดีผู้พิพากษา หรือตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดีอัยการมาแล้วเป็นเวลา ไม่น้อยกว่าห้าปี ซึ่งได้รับการคัดเลือกจากที่ประชุมใหญศาลฎีกา จำนวน 2 คน
หน้าที่และอำนาจ
แก้
(1) จัดหรือดำเนินการให้มีการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร การเลือกสมาชิกวุฒิสภา การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น และการออกเสียงประชามติ
(2) ควบคุมดูแลการเลือกตั้งและการเลือกตาม (1) ให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม และควบคุมดูแลการออกเสียงประชามติให้เป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย เพื่อการนี้ ให้มีอำนาจสืบสวน หรือไต่สวนได้ตามที่จำเป็นหรือที่เห็นสมควร
(3) เมื่อผลการสืบสวนหรือไต่สวนตาม (2) หรือเมื่อพบเห็นการกระทำที่มีเหตุอันควรสงสัยว่า การเลือกตั้งหรือการเลือกตาม (1) มิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม หรือการออกเสียงประชามติ เป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ให้มีอำนาจสั่งระงับ ยับยั้ง แก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกการเลือกตั้ง หรือการเลือก หรือการออกเสียงประชามติ และสั่งให้ดำเนินการเลือกตั้ง เลือก หรือออกเสียงประชามติใหม่ ในหน่วยเลือกตั้งบางหน่วย หรือทุกหน่วย
(4) สั่งระงับการใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้สมัครรับเลือกตั้งหรือผู้สมัครรับเลือกตาม (1) ไว้เป็นการชั่วคราวเป็นระยะเวลาไม่เกินหนึ่งปี เมื่อมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าผู้นั้นกระทำการหรือรู้เห็น กับการกระทำของบุคคลอื่น ที่มีลักษณะเป็นการทุจริต หรือทำให้การเลือกตั้งหรือการเลือกมิได้เป็นไป โดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม
(5) ดูแลการดำเนินงานของพรรคการเมืองให้เป็นไปตามกฎหมาย
(6) หน้าที่และอำนาจอื่นตามรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย
ส่วนที่ 3 ผู้ตรวจการแผ่นดิน (ผผ.)
แก้
ผู้ตรวจการแผ่นดินมีจำนวน 3 คนซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งตามคำแนะนำของวุฒิสภา จากผู้ซึ่งได้รับการสรรหาโดยคณะกรรมการสรรหา
ผู้ซึ่งได้รับการสรรหาต้องเป็นผู้มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์เกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดินไม่ต่ำกว่าอธิบดีหรือหัวหน้าส่วนราชการที่เทียบเท่า หรือหัวหน้าหน่วยงานของรัฐที่เทียบได้ไม่ต่ำกว่ากรมตามที่คณะกรรมการสรรหาประกาศกำหนด โดยต้อง ดำรงตำแหน่งดังกล่าวเป็นเวลาไม่น้อยกว่าห้าปี จำนวน 2 คน และเป็นผู้มีประสบการณ์ในการดำเนินกิจการ อันเป็นสาธารณะมาแล้วไม่น้อยกว่ายี่สิบปี จำนวน 1 คน
หน้าที่และอำนาจ
แก้
(1) เสนอแนะต่อหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องเพื่อให้มีการปรับปรุงกฎหมาย กฎ ข้อบังคับ ระเบียบ หรือคำสั่ง หรือขั้นตอนการปฏิบัติงานใดๆ บรรดาที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนหรือความไม่เป็นธรรม แก่ประชาชน หรือเป็นภาระแก่ประชาชนโดยไม่จำเป็นหรือเกินสมควรแก่เหตุ
(2) แสวงหาข้อเท็จจริงเมื่อเห็นว่ามีผู้ได้รับความเดือดร้อนหรือความไม่เป็นธรรมอันเนื่องมาจาก การไม่ปฏิบัติตามกฎหมายหรือปฏิบัตินอกเหนือหน้าที่และอำนาจตามกฎหมายของหน่วยงานของรัฐ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพื่อเสนอแนะต่อหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องให้ขจัดหรือระงับความเดือดร้อน หรือความไม่เป็นธรรมนั้น
(3) เสนอต่อคณะรัฐมนตรีให้ทราบถึงการที่หน่วยงานของรัฐยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้องครบถ้วน ตามหมวด 5 หน้าที่ของรัฐ
ส่วนที่ 4 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
แก้
คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติประกอบด้วยกรรมการจำนวน 9 คน ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งตามคำแนะนำของวุฒิสภาจากผู้ซึ่งได้รับการสรรหาโดยคณะกรรมการสรรหา
ผู้ซึ่งได้รับการสรรหาต้องเป็นผู้มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ด้านกฎหมาย บัญชี เศรษฐศาสตร์ การบริหารราชการแผ่นดิน หรือการอื่นใดอันเป็น ประโยชน์ต่อการป้องกันและปราบปรามการทุจริต และต้องมีคุณสมบัติอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้ด้วย
(1) รับราชการหรือเคยรับราชการในตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดีผู้พิพากษา อธิบดีศาลปกครองชั้นต้น ตุลาการพระธรรมนูญหัวหน้าศาลทหารกลาง หรืออธิบดีอัยการมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี
(2) รับราชการหรือเคยรับราชการในตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดีหรือหัวหน้าส่วนราชการที่เทียบเท่า มาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี
(3) เป็นหรือเคยเป็นผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดของรัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ ที่ไม่เปนส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี
(4) ดำรงตำแหน่งหรือเคยดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ของมหาวิทยาลัยในประเทศไทยมาแล้ว ไม่น้อยกว่า 5 ปี และยังมีผลงานทางวิชาการเป็นที่ประจักษ์
(5) เป็นหรือเคยเป็นผู้ประกอบวิชาชีพที่มีกฎหมายรับรองการประกอบวิชาชีพโดยประกอบวิชาชีพ อย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่องมาเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 20 ปีนับถึงวันที่ได้รับการเสนอชื่อ และได้รับการรับรอง การประกอบวิชาชีพจากองค์กรวิชาชีพนั้น
(6) เป็นผู้มีความรู้ความชำนาญและประสบการณ์ทางด้านการบริหาร การเงิน การคลัง การบัญชี หรือการบริหารกิจการวิสาหกิจในระดับไม่ต่ำกว่าผู้บริหารระดับสูงของบริษัทมหาชนจำกัดมาแล้ว ไม่น้อยกว่า 10 ปี
(7) เคยเป็นผู้ดำรงตำแหน่งตาม (1) (2) (3) (4) หรือ (6) รวมกันไม่น้อยกว่า 10 ปี
หน้าที่และอำนาจ
แก้
(1) ไต่สวนและมีความเห็นกรณีมีการกล่าวหาว่าผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ หรือผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ผู้ใดมีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ ทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง เพื่อดำเนินการต่อไปตามรัฐธรรมนูญ หรือตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
(2) ไต่สวนและวินิจฉัยว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐร่ำรวยผิดปกติ กระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ หรือความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม เพื่อดำเนินการต่อไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
(3) กำหนดให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และเจ้าหน้าที่ของรัฐยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของตน คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ รวมทั้งตรวจสอบและเปิดเผยผลการตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สินของบุคคลดังกล่าว ทั้งนี้ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
(4) หน้าที่และอำนาจอื่นที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย
ส่วนที่ 5 คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (ค.ต.ง.)
แก้
คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินประกอบด้วยกรรมการจำนวน 7 คน ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งตามคำแนะนำของวุฒิสภา จากผู้ซึ่งได้รับการสรรหาโดยคณะกรรมการสรรหา
ผู้ซึ่งได้รับการสรรหาต้องเป็นผู้มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์เกี่ยวกับการตรวจเงินแผ่นดิน กฎหมาย การบัญชี การตรวจสอบภายใน การเงินการคลัง และด้านอื่นที่เป็นประโยชน์ต่อการตรวจเงินแผ่นดิน ทั้งนี้ เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 10 ปี
หน้าที่และอำนาจ
แก้
(1) วางนโยบายการตรวจเงินแผ่นดิน
(2) กำหนดหลักเกณฑ์มาตรฐานเกี่ยวกับการตรวจเงินแผ่นดิน
(3) กำกับการตรวจเงินแผ่นดินให้เป็นไปตาม (1) และ (2) และกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงิน การคลังของรัฐ
(4) ให้คำปรึกษา แนะนำ หรือเสนอแนะเกี่ยวกับการใช้จ่ายเงินแผ่นดินให้เป็นไปตามกฎหมาย ว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ รวมทั้งการให้คำแนะนำแก่หน่วยงานของรัฐในการแก้ไขข้อบกพร่อง เกี่ยวกับการใช้จ่ายเงินแผ่นดิน
(5) สั่งลงโทษทางปกครองกรณีมีการกระทำผิดกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ การดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย การตรวจเงินแผ่นดิน
ส่วนที่ 6 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.)
แก้
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติประกอบด้วยกรรมการจำนวน 7 คน ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งตามคำแนะนำของวุฒิสภาจากผู้ซึ่งได้รับการสรรหา
ผู้ซึ่งได้รับการสรรหาต้องมีความรู้และประสบการณ์ด้านการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน เป็นกลางทางการเมือง และมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์
หน้าที่และอำนาจ
แก้
(1) ตรวจสอบและรายงานข้อเท็จจริงที่ถูกต้องเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนทุกกรณีโดยไม่ล่าช้า และเสนอแนะมาตรการหรือแนวทางที่เหมาะสมในการป้องกันหรือแก้ไขการละเมิดสิทธิมนุษยชน รวมทั้งการเยียวยาผู้ได้รับความเสียหายจากการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อหน่วยงานของรัฐหรือเอกชนที่เกี่ยวข้อง
(2) จัดทำรายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศเสนอต่อรัฐสภา และคณะรัฐมนตรี และเผยแพร่ต่อประชาชน
(3) เสนอแนะมาตรการหรือแนวทางในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนต่อรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมตลอดทั้งการแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย กฎระเบียบ หรือคำสั่งใดๆ เพื่อให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน
(4) ชี้แจงและรายงานข้อเท็จจริงที่ถูกต้องโดยไม่ชักช้าในกรณีที่มีการรายงานสถานการณ์เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยโดยไม่ถูกต้องหรือไม่เป็นธรรม
(5) สร้างเสริมทุกภาคส่วนของสังคมให้ตระหนักถึงความสำคัญของสิทธิมนุษยชน
(6) หน้าที่และอำนาจอื่นตามที่กฎหมายบัญญัติ









“ธนทัต” โพสต์ ทำไมกระแสสังคม องค์กรอิสระ ภาคประชาชนไม่เคลื่อนไหวกดดันให้ สว.กลุ่ม 138 คนยุติการปฏบัติหน้าที่ และเข้าสู่ขบวนการตรวจสอบ กลับทำตรงกันข้าม วันที่ 18 มีนาคม วันนี้ประธานวุฒิสภาบรรจุวาระ โหวต ลงมติเลือกตุลาการศาลรัฐธรรมนูญใหม่ โดยไม่ฟังเสียงทัดทานจากประชาชน และ ดร.นันทนา นันทวโรภาส สว.และนายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อประธานวุฒิสภา ให้เลื่อนกรพิจารณา และลงมติเลือกตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ออกไปก่อน แต่ สว.กลุ่ม 138 คน ไม่ยี่หระกระแสเรียกร้องต่างๆ “ธนทัต” ลักษณะการโพสต์ แสดงถึงความน้อยใจ เนื่องจากนายธนทัต ประเสริฐนู สว.กลุ่ม 18 สื่อมวลชนระดับประเทศจังหวัดกำแพงเพชร ต่อสู้ทุกช่องทางที่กฏหมายเปิดไว้ ร้องเรียนต่อ กกต.ป.ป.ช.สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ศาลอาญา ศาลปกครอง ศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง 8 เดือน แต่หลายองค์กรส่วนใหญ่ปฏิเสธรับคำร้องเรียน หรือรับเรื่องร้องเรียน แต่กลับนิ่งเฉยอย่าง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แหล่งข่าว นายธนทัต เดินทางจากจังหวัดกำแพงเพชร ไปทุกสถานที่ ต่อสู้ทางโซเชี่ยลยอมเสียสละ แต่งตัวใส่กุญแจมือโซ่ตรวน พันธนาการเปรียบเสมือนนักโทษ (สว.) อั้งยี่ ซ่องโจร ทำผิดกฏหมายเลือกตั้งแต่ไม่มีองค์กรยุติธรรมในประเทศไทย จัดการได้ จึงแสดงออกทางที่สาธารณะ สถานีรถไฟฟ้า ในห้องโดยสารรถไฟฟ้า หน้าห้งสรรพสินค้า เพื่อต้องการให้สังคมรับรู้





นายสมหมาย ศรีสมุทร นสพ.STNEWS































