!อัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล สว.(สำรอง) ย่าโมออกศึก นำผู้สมัคร สว.และ สว.สำรอง แถลงการณ์ หนุน กรมสอบสวนคดีพิเศษดีเอสไอ (DSI) รับคดี สว.อั้งยี่ ซ่องโจร เป็นคดีพิเศษ


สำนักงานข่าวหนังสือพิมพ์STNEWSรายงานวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 10.00 น. ณ ลานอนุสาวรีย์ท่านท้าสุรนารี อ.โชคชัย จังหวัดนครราชสีมา นายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล สว.(สำรอง ) กลุ่ม 10 นำ สว.(สำรอง ) และ กลุ่ม ส.ว.เพื่อประชาชน และผู้สมัคร ส.ว.ปี 2567 จ.นครราชสีมา นับสิบคน นำโดย นายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล ผู้สมัคร ส.ว.กลุ่ม 10 นายวรพล บวรลันทธิพล ผู้สมัคร ส.ว.กลุ่ม 17 นายสมโภชน์ ประสาทไทย ผู้สมัคร ส.ว.กลุ่ม 6 ผู้ประสานงานคนเสื้อแดงโคราช และนายสัญญา ภักดิ์โพธิ์ ผู้สมัคร ส.ว.กลุ่ม 18 นายมนตรี เยี่ยมสูงเนิน อดีตผู้ช่วยเกษตรจังหวัดนครราชสีมา ผู้สมัคร ส.ว.กลุ่ม 9 ร่วมกันแสดงออกเชิงสัญลักษณ์




ชูมือขวาพร้อมถือป้ายข้อความ “คนโคราช หลานย่าโม ขอสนับสนุน DSI ในการดำเนินการปราบและกำจัด ส.ว.ฮั้ว ให้หมดไปในรุ่นเราอยากเห็นบ้านเมืองมีความเป็นธรรม มีการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรม ขอสนับสนุน และให้กำลังใจ DSI และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ปฏิบัติงานอย่างเต็มที่เพื่อความยุติธรรม และกวาดล้างความสะอาดของบ้านเมืองเราตลอดไป” มีการอ่านคำแถลงการณ์แสดงจุดยืนต่อต้านขบวนการทุจริต ฮั้วการเลือกตั้ง ส.ว.ปี 2567 จากนั้นได้ร่วมกันกล่าวคำขอพรย่าโม ขอดลบันดาลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปฏิบัติหน้าที่ และสาปแช่งผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการทุจริต ท่ามกลางความสนใจของประชาชนที่สัญจรไปมา นายอัครวัฒน์ กล่าว ในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ จะมีการประชุมเพื่อพิจารณาคดี สว.อั้งยี่ ซ่องโจร ต้องใช้มติ 2 ใน 3 รับเป็นคดีพิเศษ แหล่งข่าว กล่าวว่ามีการวิ่งเต้น ล็อบบี้ คณะกรรมการบอร์ดคดีพิเศษ กระแส มีรถวิ่งไปมาซอยรางน้ำ กรุงเทพมหานคร คึกคักเป็นพิเศษ แต่กลุ่ม สว.สำรอง นครราชสีมา และกลุ่ม สว.สำรอง พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว ยังมีความมั่นใจว่าบอร์ดคดีพิเศษ น่าจะรับคดีอาญาอั้งยี่ ซ่องโจรไว้พิจารณา สำหรับบอร์ดคณะกรรมการคดีพิเศษ มีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ เป็นประธาน มีคณะกรรมการรวม 19 คน รวมทั้งตัวประธาน โดยกรรมการจะแยกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคือกรรมการโดยตำแหน่ง ที่จะเป็นพวกข้าราชการประจำระดับสูง เช่น ปลัดกระทรวงมหาดไทย, ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, อัยการสูงสุด, ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย, เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา และนายกสภาทนายความฯ เป็นต้น
และอีกส่วนหนึ่งเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ที่ตั้งโดยมติ ครม.อีก 9 คน ยุครัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร ประกอบด้วย นายเพ็ชร ชินบุตร (ด้านเศรษฐศาสตร์), นายณปกรณ์ ธนสุวรรณเกษม (ด้านการเงินการธนาคาร), นางดวงตา ตันโช (ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ), นายชาติพงษ์ จีระพันธุ (ด้านกฎหมาย), นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ ทนายความที่ถูกมองว่ามีความใกล้ชิดกับแกนนำพรรคเพื่อไทยหลายคน (ด้านกฎหมาย), นางทัชมัย ฤกษะสุต อาจารย์คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ด้านกฎหมาย), พล.ต.อ.สุทิน ทรัพย์พ่วง อดีตรอง ผบ.ตร. (ด้านการสอบสวนคดีอาญา), พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผช.ผบ.ตร. (ด้านการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน), พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก อดีตรอง ผบ.ตร. (ด้านการปราบปรามผู้มีอิทธิพล)

นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ หลิว จงอี้ ฉายาใหม่ของทนายอั๋น บุรีรัมย์ ที่ร่วมต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่ กลุ่มผู้สมัคร สว. 77 จังหวัด มั่นใจบอร์ดกรมสอบสวนคดีพิเศษ(DSI) รับเป็นคดีพิเศษ แน่นอนถ้าเกิดอุบัติเหตุ ไม่รับเป็นคดีพิเศษ สังคม จะหมดความหวังกระบวนการยุติธรรม ประชาชนมองว่าที่พึ่งสุดท้าย ที่ประชาชนมั่นใจ ไว้ใจที่สุดมี 2 องค์กร กองปราบปราม และ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) หลิว จงอี้ เมืองไทย กล่าว























